Jump to content


Photo

คำทำนาย วันสิ้นโลก


This topic has been archived. This means that you cannot reply to this topic.
105 replies to this topic

#81 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:43

13. มหันตภัยจากเทคโนโลยีนาโน (Nanotechnology Disaster) : ก่อนที่คุณจะใช้คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์จนเปื้อนสกปรก คอมฯบ้านคุณคงล้าสมัยไปแล้ว ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะความก้าวหน้ารวดเร็วเหลือเชื่อ ในการย่อส่วนวงจรชิบซิลิคอน วิศวกรคอมฯกำลังใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกันสร้างเครื่องจักรพลังปรมาณูที่ยังไม่เนียนเท่าใด กำลังประดิษฐ์ค้นหาสาขาใหม่ที่เรียกกันว่าเทคโนโลยีนาโน ภายในอีกสองสามศตวรรษหรืออาจเร็วกว่านั้น คงเป็นไปได้ว่าจะสามารถสร้างหุ่นยนตร์ไมโครจิ๋วที่สามารถรวบรวมและจำลองแบบตัวเองได้ หุ่นยนตร์พวกนี้อาจทำการผ่าตัดภายในคนป่วย สร้างผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจากวัตถุดิบต่างๆได้ หรือออกเดินทางสำรวจโลกอื่นได้ด้วย ทุกอย่างคงดำเนินไปได้และดีจริง ถ้าเทคโนโลยีทำงานตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และแล้ว ลองพิจารณาที่ Eric Dexter แห่งสถาบัน Foresight Institute ในหนังสือของเขาชื่อ “Engines of Creation” เขาเรียก “grey goo problem” คือลัทธิที่โปรดปรานในท่ามกลางขบวนปฏิบัติเทคโนโลยีนาโน เขาเขียนว่า หลังอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม “เครื่องจักรขนาดเท่าแบ็คทีเรีย “สามารถแพร่ลอยล่องไปเหมือนละอองเกสรดอกไม้ จำลองแปลงตนอย่างรวดเร็ว และลดวงชีวะให้เป็นผุยผงในเวลาไม่กี่วัน” และ Dexter ขณะเวลานี้ยึดมั่นอย่างจริงจังในเทคโนโลยีสาขานี้ คนที่จิตวิญญาณมีทัศนะเลวร้ายเช่น Bill Joy ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Sun Microsystems ใฝ่ฝันเห็นเครื่องจักรขนาดจิ๋วนาโน เป็นประหนึ่งสิ่งนำไปใช้ทางการทหารที่สมบูรณ์ หรือ เครื่องมือผู้ก่อการร้ายได้.

14. สารพิษในสิ่งแวดล้อม (Environmental Toxins) : จาก Donora มลรัฐ Pennsylvania ถึง Bhopal ในอินเดีย ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ดกดื่นไปด้วยตัวอย่างน่าตกใจจนขนลุกของอันตรายจากสิ่งก่อมลพิษทางอุตสาหกรรม แต่การให้สารพิษยังคงดำเนินต่อไป ในเมืองใหญ่ของโลก อากาศหนาทึบไปด้วยละอองอนุภาคดีเซล ซึ่งสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institute of Health)ขณะนี้พิจารณาแล้วเห็นว่ามันคือสารก่อมะเร็ง(carcinogen) โลหะหนักจากปล่องควันคลุ้งรอบโลก ถึงกับแทรกซึมเข้าไปอยู่ในชั้นหิมะของทวีปแอนตาร์ติก การใช้ยาฆ่าแมลงเกินไปในงานปศุสัตว์ ยืนยันได้เลยว่า มันไหลลงสู่แม่น้ำและทะเลต่างๆ ในการใช้จำนวนมาก ไดท็อกซิลสามารถทำลายการพัฒนาของมดลูกของสัตว์ มนุษย์ และทำให้ระบบสืบพันธ์ไม่สมดุล – และไดท็อกซิลมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง บ้านของพวกคุณอาจอาจมีท่อคลอไรด์โปลิไวนิล วอลล์เปเปอร์ และสีฉาบนอกบ้าน ซึ่งปล่อยไดอ็อกซิลออกมาถ้ามันถูกไฟไหม้หรือถูกเผา ยังมีความเสี่ยงที่ยังไม่รู้กันอีกมาก ทุกปี NIH(National Institute of Health) ประกาศเพิ่มเติมรายชื่อสารก่อมะเร็ง – จำนวนมากถึง 218 ชนิด Theo Colburn แห่ง กองทุนมูลนิธิสัตว์ป่าของโลก (World Wildlife Fund) โต้แย้งว่า Dioxins และสารอื่น สารประกอบที่มีคลอรีนคล้ายกันนี้ ดูจะก่อให้เกิดผลต่อฮอร์โมนมนุษย์ พอที่จะกล่าวได้ว่ามันลดความอุดมสมบูรณ์อย่างร้ายแรง นักวิทยาศาสตร์อีกหลายคนโต้แย้งประจักษ์พยานของเธอผู้นี้ แต่-ถ้าเธอถูกต้อง ขยะเคมีของโลกสามารถคุกคามสุดๆต่อความรอดของมวลมนุษยชาติ.

#82 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:44

การทำลายตนเองอย่างรู้ตัวจงใจ (Willful Self-Destruction)

15. สงครามโลก (Global or World wars) :



เมื่อรวมกัน สหรัฐอเมริกาและรัสเซียยังมีหัวรบ(Warheads)ปรมาณูใช้การได้จำนวนถึง 19,000 ลูก สงครามนิวเคลียร์ดูเหมือนจะยังไม่เกิดตอนนี้ แต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว การล่มสลายของสหภาพโซเวียตทำให้คิดว่าสงครามโลกอาจจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ สถานะทางการเมืองระหว่างประเทศพัฒนาไปเรื่อยๆ ลูกระเบิดมหาประลัยยังคงนอนนิ่ง แต่-ยังมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเกิดการตอบโต้ทางนิวเคลียร์จากอุบัติเหตุ และระบบป้องกันโดยอาวุธนำวิถีเพียงหยิบมือเท่านั้น – เดาว่ามันทำงานได้พอแล้ว อาวุธยุทโธปกรณ์ชนิดอื่นก็น่าจะมีผลกระทบต่อโลกเช่นกัน ญี่ปุ่นเริ่มทดลองอาวุธชีวะภาพหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และทั้งสหรัฐและสหภาพโซเวียตก็ได้ทดสอบอาวุธจุลินทรีย์ตัวพิฆาตระหว่างสงครามเย็น เทียบกับระเบิดปรมาณู อาวุธชีวะภาพราคาถูก ง่ายในการผลิต และง่ายในการซุกซ่อนไว้ เป็นการยากที่จะควบคุม แม้ว่าดูจะทำนายไม่ได้ว่าองค์การก่อการร้ายนำไปใช้หรือไม่? John Leslie นักปรัชญามหาวิทยาลัย University of Guelph ใน Ontario ชี้ว่า วิศวกรรมยีน (Genetic Engineering) อาจทำให้เกิดอาวุธชีวะภาพ”ขนาดเล็ก” ซึ่งสามารถนำไปใช้โจมตี”ชนกลุ่มน้อย”ในชั้นต้นก็เป็นได้ (ดูหัวข้อ 11)

16. หุ่นยนตร์ยึดครองโลก (Robots Take-over) :



มนุษย์พากันสร้างหุ่นยนตร์แสนฉลาดรอบรู้ ซึ่งจะหันมาสู้กับพวกเราและยึดครองโลก (หาวหลังดูหนัง) เราเห็นในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ ทีวีและหนังสือการ์ตูนมานานหลายสิบปี คราวนี้ ชั่วระยะเวลาหลายปีมานี้ มองรอบๆตัวเราและนิ่ง—ไม่มีหุ่นยนตร์ฉลาดรอบรู้ ก็คุณ Hans Moravec หนึ่งในผู้ก่อตั้งภาควิชาหุ่นยนตร์ของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon University ยังคงเชื่อมั่นคนหนึ่ง เขาทำนายว่าประมาณปี ค.ศ. 2040 เครื่องจักรกลจะแข่งขึ้นเทียบเท่าสติปัญญาของมนุษย์ และบางทีมีความรู้สึกนึกคิดแบบมนุษย์ แล้วพวกมันก็จะพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆ เขายืนยันให้ความเห็นคาดการถึงความสัมพันธ์แบบชีวะจิตระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรกล โดยที่ทั้งสองจะหลอมรวมกันเป็น”สิ่งเหนือชีวะภาพ” สามารถแพร่ขยายอย่างกว้างขวางซึ่งอำนาจทางความเฉลียวฉลาดของพวกมัน Marvin Minsky ผู้เชี่ยวชาญด้านความเฉลียวฉลาดเลียนธรรมชาติ แห่งสถาบัน MIT ทำนายอนาคตแบบเดียวกันว่า ผู้คนจะ download สมองของตนเข้าไปในระบบสมอง(surrogates)จักรกลควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ และ log เข้าไปใน files ไม่มีขอบเขตของข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์ ไม่ว่าการกระทำแบบนี้คล้ายกับเป็นการสิ้นสุดของมนุษยชาติ หรือเป็นก้าวต่อไปในการวิวัฒนาการ ย่อมขึ้นกับวิจารญาณของพวกเราเอง วิสัยทัศน์ที่เห็นของ Minsky ฟังดูคุ้นหู หลังจากเครื่องจักรกลที่เสมือนสิ่งมีชีวิตจริงออกสู่ตลาดประมาณปี 1989 นักหนังสือพิมพ์ที่เห็นด้วยต่างยกย่องประหนึ่ง LSD อีเล็คโทรนิค เครื่องจักรกลลวงตาที่พลาดไป โดยที่ผู้หลงเข้าใช้แล้วไม่ให้เขาออกไป นักสังคมวิทยากดปุ่มให้เห็นว่า วัฒนธรรมของพวกเรา ซึ่งอาจหมายถึง species เรานี่แหละ อาจลบเลือนหายไป เมื่อประสบการณ์ปัจจุบันของความเป็นจริงที่ปรากฏ กลายเป็นคล้ายๆพยายามเล่น Pac-Man โดยใช้ลูกโบว์ลิงกลมพันอัดไว้ที่ศีรษะ บทสนทนาก็หยุดลง ถ้าจะให้เครดิต Minsky ก็จงรับรู้ว่าการ merge(รวมตัวกัน)ของมนุษย์กับเครื่องจักรกลคงเกิดขึ้นอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (โปรดอ่านทวนอีกครั้งเพื่อความเข้าใจ) และนั่นคืออวสานของมนุษยชาติ!

#83 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:45

17. การป่วยทางจิตของมวลมนุษย์ (Mass Insanity) : ขณะที่สุขภาพฝ่ายกายของมวลมนุษย์ ได้ปรับดีขึ้นในทุกภาคส่วนของโลกในศตวรรษที่ผ่านมา สุขภาพจิตกลับต่ำทรามลง องค์การ WHO (World Health Organization) ประมาณว่ามนุษย์ 500 ล้านคนทั่วโลกทนทรมานจากความแปรปรวนทางจิต ถึงปี 2020 เศรษฐกิจตกต่ำดูจะเป็นสาเหตุสำคัญระดับสูงของความตาย และการสูญเสียผลผลิตจะตามมาอันดับหลังโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ความหลายหลากในชีวิตมนุษย์ที่เพิ่มขึ้น อาจก่อให้เกิดปัญหารุนแรงมากขึ้น เพราะคนจะเริ่มผจญกับประสบการณ์ความเดียวดายและความไม่มั่นคงในวัยชรา คนอเมริกันอายุสูงกว่า 65 ปี ดูจะเอนเอียงไปสู่การทำอัตวินิบาตกรรมมากขึ้น Gregory Stock นักฟิสิกส์ชีวะ University of California ที่ Los Angeles เชื่อว่าวิทยาการทางแพทย์ไม่ช้าจะทำให้มนุษย์อายุยืนถึง 200 ปีหรือแก่กว่านั้น ถ้าช่วงอายุขยายเพิ่มขึ้นนั้นเป็นสิ่งธรรมดาแล้ว ก็จะก่อให้เกิดการท้าทายทางสังคมและทางจิตวิทยาสุดจะหยั่งได้ บางที 200 ปีของผัสสะสะสมในมนุษย์จะล้นเกินสมองของเขา นำไปสู่โรคจิตชนิดใหม่ หรือส่งเสริมให้แพร่กระจาย”ลัทธิสิ้นสูญไป “ตัดสินใจเรียกร้องขอจุดจบของชีวิต บางทีแนวโน้มปัจจุบันของความกดดันและการทำอัตวินิบาตกรรมในกลุ่มผู้สูงอายุจะคงดำเนินต่อไป การแก้ปัญหาที่เป็นไปได้อย่างหนึ่ง—เสริมส่งความมีสุขภาพจิตที่ดี โดยวิธีใช้ยาทางจิตเวชเช่น Prozac – เริ่มดิ่งเข้ามาในวิธีการที่มิได้กาไว้ นักวิจัยไม่มีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับผลระยะยาวของการใช้ยาชนิดนี้.

พลังใหญ่กว่าถูกนำมาขจัดพวกมนุษย์เรา (A Greater Force is Directed
Against Us)

18. การบุกโจมตีของมนุษย์ต่างดาว ( Alien Invasion )



ที่สถาบันเซติ (SETI Institute) ใน Mountain View, California คณะเจ้าหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ผู้อุทิศตนกลุ่มหนึ่งใช้คอมพิวเตอร์ติดตามร่องรอยด้วยระบบวิทยุอวกาศ เพื่อจับสัญญาณ (Signal) ของความเจริญก้าวหน้า(civilization)ของมนุษย์ต่างดาว ผลหรือ – ไม่ได้อะไร เอาอย่างนี้ สมมุติ สาร(message)ที่เราค้นหายาวนานมาถึงโลกจริง ไม่เพียงแต่จะมีมนุษย์ต่างดาวในอวกาศจริง แล้วถ้าเช่นนั้น....ผู้พยายามเขียนนิยายวิทยาศาสตร์(sci-fi)คงบอกพวกคุณได้ว่าเกิดอะไรผิดพลาดบ้าง แต่ประวัติศาสตร์การสำรวจและการแสวงประโยชน์ของมนุษยชาติ ดูเหมือนชี้ให้เห็นถึงอันตรายนั้นคงไม่ใช่ข้อขัดแย้งตรงๆ มนุษย์ต่างดาวอาจต้องการแหล่งอาหารจากระบบสุริยะของเรา หรือบางที ทะเลของโลกที่เต็มไปด้วย Hydrogen สำหรับเติมเชื้อเพลิงยานอวกาศที่ใช้พลังสันดาปแบบ fusion และก็เลยขจัดพวกเรามนุษย์ออกไปถ้าขวางทางพวกเขา เหมือนเราปัดฆ่าทำลายยุงริ้นหรือแมลงตระกูลเต่าทอง ที่บินรบกวนหนาแน่นในป่าฝนของโลก มนุษย์ต่างดาวอาจไม่ได้ตั้งใจจะนำเอาสัตว์ที่ชอบรสชาติเนื้อมนุษย์ มากเท่ากับกลุ่มนักล่าอาณานิคมชาวดัตช์ที่ไปถึงเกาะ Mauritius นำเอาแมว หนูและหมูเข้าไป ซึ่งทำให้นก dodo สูญพันธ์ไปอย่างรวดเร็ว หรือมนุษย์ต่างดาว,โดยไม่ได้ตั้งใจ, อาจทำลายดาวเคราะห์(คือโลก)ของเราหรือระบบสุริยะของเรา ขณะดำเนินปฏิบัติการระบบก่อสร้างเชื่อมระหว่างดาวต่างๆแบบยิ่งใหญ่ นักฟิสิกส์ผู้ล่วงลับ Gerard O’Neil เชื่อว่า การติดต่อกับผู้มาเยือนจากอวกาศนอกโลก คงจะก่อให้เกิดหายนะทางสังคมด้วย เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์ปี 1979 ว่า “ความเจริญแบบตะวันตกที่ก้าวหน้า ก่อให้เกิดผลทางทำลายล้าง ต่อความเจริญดั้งเดิมทั้งหมดที่โยงต่อๆมา แม้แต่ในกรณีเหล่านั้น ที่มีความพยายามจะป้องกันและพิทักษ์รักษา civilization ต้นรากดั้งเดิม ผมไม่เห็นเหตุผลใดว่า เรื่องแบบเดียวกันนี้ จะไม่เกิดกับพวกเราอีก”.

#84 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:45

19. การเข้าช่วยเหลือจากสวรรค์ (Devine Intervention) : ลัทธิยิวมีบันทึกแดเนียล(Book of Daniel) คริสตศาสนามีหนังสือวิวรณ์(Book of Revelation) อิสลามมีการเสด็จมาของท่าน Mahdi ชาว Zoroastrianism นับถอยหลังรอการเสด็จมาถึงของบุตรองค์ที่สามของ Zoroaster เรื่องราวและการแปลความหมายแตกต่างกันออกไป อย่างกว้างขวาง แต่แนวคิดที่ดำรงอยู่ล้วนคล้ายคลึงกัน คือ พระเป็นเจ้าเข้ามาช่วยโลก ทำให้ประวัติศาสตร์สิ้นสุดลง และนำเข้ามาซึ่งกฎระเบียบทางศีลธรรมใหม่ ความคิดเปิดเผยล่วงหน้า ย้อนหลังตั้งแต่ความลี้ลับกล่าวขานของอียิปต์มาสู่ความคลั่งไคล้กับ Heaven’s Gate และ Y2K ที่น่าห่วงกังวลกว่า ก็มาถึงพวกไม่เชื่ออะไรเลย เป็นอย่างน้อย จนถึงลัทธิที่เชื่อว่าจะเกิดวันสิ้นโลก ที่นำเอาความวางใจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาอยู่ในมือของตน ในปี 1995 สมาชิกโอมซินริเกียว(Aum Shinri Kyo) ปล่อยสารพิษซาริน (Sarin) แก๊สทำลายประสาทในสถานีรถใต้ดินโตเกียว ทำลายชีวิต 12 คนและป่วยมากกว่า 5,000 คน ถ้าสิ่งนั้นเกิดสมใจ จำนวนผู้เสียชีวิตคงมากกว่าเป็นร้อยเท่าพันทวี กลุ่มคนที่ตั้งใจยิ่งกว่านั้น มีอาวุธทำลายล้างร้ายแรง—นิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ แม้แต่อาวุธเทคโนโลยีนาโน --- สามารถทำลายล้างโลกได้ยิ่งกว่าและมากกว่าเสียอีก ผู้ใดเล่าจะช่วยเราได้ ความหวังเดียวในที่สุดคือ ความช่วยเหลือจากสวรรค์เท่านั้น!!

20. คนตื่นขึ้นมาและนึกได้ว่านั่นคือความฝัน (Someone wakes up and realizes it was all a dream) : พวกเรากำลังดำเนินชีวิตคล้ายเงารางๆจนว่าทำให้เราโง่ที่คิดว่า นั่นเป็นความจริงหรือ? คำถามทางปรัชญาเก่าแก่โบราณย้งคงสะท้อนกลับโดยทางความคิดทางวัฒนธรรม จากงานเขียนของ William S. Burrows มาถึงเกมส์ความคิดจากภาพยนตร์เรื่อง The Matrix. Hut แห่งสถาบัน Institute of Advanced Studies มองเห็นข้อคล้ายคลึงกันกับอันตรายจากการแตกสลายของสูญญากาศ ( Collapse of the Vaccuum) ก็เหมือนว่าอากาศว่างเปล่าของเราอาจไม่ใช่ความจริง สูญญากาศนั้นมีรูปแบบเสถียรที่สุด อะไรที่เราเรียกว่าความเป็นจริงนั้นอาจไม่จริง รูปแบบของการมีสิ่งต่างๆนั้นเป็นรูปร่างที่เสถียร(คือมีจริง) ในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล นักปรัชญาเต๋า Chang Tzu ตีกรอบคำถามในรูปแบบกวีนิพนธ์ เขาบรรยายความฝันอันมีชีวิตชีวา ในบทกวีนิพนธ์นั้น เขาเป็นเหมือนผีเสื้อที่ไม่กังวลห่วงใยถึงการมีตัวเขาว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เมื่อเขาตื่น เขาถามว่า “ฉันคือที่เคยเป็น Chang Tzu ผู้ฝันว่าตนเป็นผีเสื้อ หรือตอนนี้ฉันเป็นผีเสื้อที่ฝันว่าตนเป็น Chang Tzu?”

Reference : -- Diane Martindale : Scientific American, Newsletter
Bookmark, Articles 2009, 2008, 2007, 2006

-- Corey S. Powell : 20 Ways the World Could End,
Swept away, Discover, Science, Technology and the
Future, vol.21 No 10, October 2000 issue, October 1,
2000

-- Exit Mundi, A Collection of End-of-World-Scenarios,
December 2008

#85 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:47

ดาว Nibiru PLANET X เป็นมหันตภัยสำหรับโลกจริงหรือ?
Does really Nibiru PLANET X cause catastrophe on our earth?

ก่อนอื่น เราควรย้อนกลับไปศึกษาข้อมูลของระบบสุริยะหรือ Solar Systemของเราก่อนว่า มีส่วนประกอบอย่างไรบ้าง แน่นอน ศูนย์กลางของระบบสุริยะก็คือดวงอาทิตย์(The Sun) นักดาราศาสตร์แบ่งเทหวัตถุฟากฟ้าออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มดาวส่วนใน(The Inner Planets ยกเว้นดวงอาทิตย์ที่เป็นดาวฤกษ์) ซึ่งประกอบด้วย ดวงอาทิตย์(Sun) ดาวพุธ(Mercury) ดาวศุกร์(Venus) โลก (Earth) ดวงจันทร์(Luna) ดาวอังคาร(Mars) และ กลุ่มดาวส่วนนอก (The Outer Planets) ซึ่งประกอบด้วย ดาวพฤหัส(Jupiter) ดาวเสาร์(Saturn) ดาวมฤตยู(Uranus) ดาวเกตุ(Neptune) ดาวพระยม(Pluto) และดาวดวงใหม่ นิบิรุ(Nibiru) เทหวัตถุฟากฟ้าเหล่านี้รวมกันเป็นกลุ่มดาวด้วยแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์และแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน ทำให้ทั้งมวลระบบเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆในอวกาศที่เวิ้งว้างหาขอบเขตมิได้(ไม่ทราบจุดหมายนอกจากพระเป็นเจ้าองค์เดียวเท่านั้น) ที่สามารถรวมเป็นกลุ่มอยู่ได้นั้นนอกจากถูกแรงดึงดูดหรือแรงโน้มถ่วงที่ดุลกันทำให้ดาวต่างๆเคลื่อนไหวด้วยเส้นทางโคจรของตน ส่วนใหญ่เป็นรูปวงกลม ยกเว้นบางดวงที่โคจรเป็นรูปวงรี เช่นดาวNibiru Planet X ที่รีมากจนกว่าจะครบรอบวงโคจรต้องใช้เวลานานเกือบ 3,600 ปี ซึ่งขณะนี้ข้อมูลเพิ่มเติมทางดาราศาสตร์ระบุว่า Nibiru น่าจะไม่ใช่ดาวเคราะห์(Planet) แต่เป็น dwarf star หรือดาวฤกษ์แคระ(ดาวฤกษ์ที่อ่อนแสงลงจนปฏิกิริยาไฮโดรเยนสลายใกล้จะหมดสิ้นแล้ว) และเท่าที่เห็นผ่านกล้องโทรทรรศน์อีเล็กโทรนิกทางไกล ดูจะมีดาวบริวารหลายดวงทำนองเป็น”ระบบสุริยะ”ด้วย และ Planet X ก็เป็นดาวบริวารดวงหนึ่งของระบบ Nibiru ระบบNibiru ที่โคจรนอกเส้นโคจรของดาวพลูโตและโคจรเป็นรูปวงรีนั้น ส่วนใหญ่จะโคจรห่างออกไปไกลจากระบบสุริยะจักรวาล แต่ที่น่ากลัวก็คือเมื่อกลุ่มดาว Nibiru โคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ และก็แน่นอนอยู่แล้วที่จะผ่านมาใกล้โลกมนุษย์



ตามข้อมูลของศาสตราจารย์ Zacharia Sitchin การโคจรเข้ามาใกล้โลกครั้งที่แล้วมา อยู่ระหว่างช่วงเวลาของชาวอิสราแอลเดินทางออกจากอียิปต์ในพระคัมภีร์ และดาวดวงนี้หรืออาจเป็นดาว XKBO (Planet X–class Kupier Belt Object)ดวงอื่นที่โคจรผ่านโลก และนักวิทยาศาสตร์รวมทั้งผู้ทรงความรู้บางคนเชื่อว่า มหันตภัยอาจเกิดกับมนุษยชาติแน่นอนเหมือนกับที่เคยเกิดมาแล้ว

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจากองค์การ NASA และ DOD (Department of Defence) ฝ่ายข่าวกรองทางทหารสหรัฐ SETI และ CIA ประมาณว่า 2 ใน 3 ของประชากรโลกจะสิ้นไป ระหว่างการพลิกขั้วของโลก ที่จะเกิดจากการโคจรเฉียดเข้ามาใกล้โลกของ Planet X 2 ใน 3 ที่เอาตัวรอดมาครั้งแรก(จากการพลิกขั้วของโลก) จะล้มตายไปจากการขาดอาหารและน้ำและการเกิดสารพัดภัยภายใน 6 เดือน ตัวแทนสำนักงานรวบรวมความลับส่วนใหญ่ในสหรัฐ คำนึงถึงเรื่องนี้อย่างที่สุด ในสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและก็กำลังเตรียมพร้อม วาติกันกำลังเดินหน้าเต็มตัวในสิ่งที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นด้วย แต่สาธารณชนยังมิได้รับการเตือนให้มีโอกาสเตรียมตัว ข้อมูลข่าวสารรั่วออกมาจากผู้คนภายใน จากหอดูดาวต่างๆ และจากวาติกันเอง พรูออกมาคล้ายๆกับระเบิดเขื่อนของการปกปิดเรื่องนี้ให้เปิดกว้างออกแล้ว เรื่องสำคัญที่สุดในโลกกว่า 3,000 ปีกำลังพรั่งพรูจากที่เคยปกปิดไว้โดยคณะผู้ควบคุมตลาดการเงินและสื่อใหญ่ๆ เนื่องจากกลัวจะเกิดความแตกตื่นโกลาหลและการล่มสลายของระบบการเงินโลก

การเข้ามาใกล้ของดาวเคราะห์ Planet X

เรื่องร้ายแรงสูงสุดร้อนเกินกว่าที่จะถือไว้โดยคนส่วนใหญ่ในข้อที่ว่า มีพลังอะไรจะจัดการกับเรื่องนี้ โกหกหรือ ให้ความจริงบางส่วนหรือ จู่โจม ปฏิเสธ พยายามทำเรื่องให้ขบขัน และส่วนใหญ่ทำเป็นเงียบ บางพวกทำเป็นยืนยันว่าเป็นนิยายลี้ลับ ไม่มีดาวที่ว่าดอก ฯลฯ ล้วนเป็นขบวนวิธีที่ใช้เพื่อปกปิดข่าวสารและความรู้ที่น่าจะเผยแพร่

ประจักษ์พยานของดาวเคราะห์ Planet X และการโคจรผ่านโลกที่จะเกิดจริง บวกกับบริวารตามมา ตอนนี้เริ่มเห็นได้ทางทิศซีกโลกใต้ และผลกระทบบนดวงอาทิตย์สาเหตุใหญ่เกิดจาก :

(1) การเกิดสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในดวงอาทิตย์ที่เราชาวโลกเจอขณะนี้ น่าจะเป็นส่วนเล็กน้อยของวัฏจักรดวงอาทิตย์ เข้าใจในขั้นต้นว่าเกิดจากปฏิกิริยาทาง electromagnetic กับวัตถุเหล่านั้น

(2) ความร้อนของโลกที่กำลังทวีขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศ เกิดจากวัฏจักร
ดวงอาทิตย์ในชั้นต้นแน่นอน ดาวอังคาร(Mars)ก็กำลังได้รับผลกระทบนี้ในขณะนี้ด้วย โดยดาวเทียม SUV ถูกสะบัดออกนอกเส้นทางเมื่อปล่อยจากฐาน

(3) การเปลี่ยนแปลงของดาวโลกที่เป็นมหันตรายยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่มีความหมาย
สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการโคจรผ่านครั้งก่อน และการเข้ามาใกล้โลกของดาวเคราะห์ Planet X บริวารของ Nibiru ทำให้เกิดน้ำท่วมโลก( ประจักษ์พยานมากมายทางธรณีวิทยาทั่วโลก และร่องรอยทางโบราณคดีและบันทึกรายละเอียดของความเจริญเก่าแก่ของมนุษย์ ) และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในโลกที่ได้เริ่มขึ้นแล้ว แผ่นดินไหวรุนแรงแบบเกิดที่เฮติ และคลื่นยักษ์สึนามิทำลายชีวิตมนุษย์มาแล้วรวมหลายสิบล้านคน ซึ่งไม่เปิดเผยในสื่อต่างๆของโลกด้วยเหตุผลเพียงเพื่อปกปิดไว้เกรงจะเกิดการแตกตื่นตกใจดังกล่าว

#86 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:48

บทสรุปเพื่อเอาตัวรอด

เราหวังว่าถ้าจะเกิดการพลิกขั้วโลกและการมาของ Planet X จริงๆ พวกเรามนุษย์จะทำอย่างไรเพื่อเอาตัวรอด?

การอยู่รอดหมายถึงรอดจากการพลิกขั้วโลกและการทำอันตรายจากพลังไฟฟ้าอันเกิดจากปฏิกิริยาของดาว Planet X หรือ Nibiru น้ำมหาวินาศท่วมโลกแน่นอนเมื่อเปลือกโลกแตกแยกจากกันในหลายพื้นที่ตามรอยต่อของเปลือกโลก มนุษย์ต้องขึ้นไปอยู่ที่ระดับความสูงอย่างน้อย 1,000 หรือ 1,500 ฟุตหรือสูงกว่านั้น เมื่อคลื่นสึนามิและพลังอื่นๆก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าหาฝั่งเป็นร้อยๆไมล์ จากเขตชายฝั่งซึ่งแล้วแต่ว่าแผ่นดินจะสูงขนาดไหน เป็นการดีที่สุดที่จะสร้างที่หลบภัยที่ทนต่อแรงลมพายุความเร็วมากกว่า 500 ไมล์ต่อชั่วโมง มากกว่าทอร์นาโดและเฮอริเคน พอๆกับสร้างที่หลบภัยจากพายุไฟของอุกกาบาต เช่นเถ้าถ่านส่วนประกอบของดาว Planet X ซึ่งจะไหม้ไม่หมดเมื่อเข้าสู่บรรยากาศโลก อนิจจา! จะหันไปทางไหน? หันเข้าพึ่งโลกหรือหันออกมหาสมุทร? นี่กำลังเป็นปัญหา เพราะในชั่วขณะ มนุษย์จะถูกตัดขาดจากมนุษย์กลุ่มอื่น รีบสะสมอาหารให้ใช้ได้หนึ่งหรือสองปีและน้ำสำหรับทุกคนที่มีรายชื่อ จะไม่มีไฟฟ้า เชื้อเพลิง การขนส่งคมนาคมหรือบางทีแม้แต่ถนนหนทาง จะไม่มีสิ่งอำนวยประโยชน์สารพัดสำหรับเวลาที่มาถึง แสงอาทิตย์จะถูกปิดกั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรืออาจนานถึง 6 ปี จากการที่บรรดาภูเขาไฟจะพ่นเถ้าถ่านออกมา ดังนั้น อาหารจะขาดแคลนและยากที่จะเพาะปลูกพืช ภูเขาไฟเกือบทุกลูกจะปะทุขึ้นระหว่างช่วงเวลาโลกพลิกขั้ว จากการที่ขั้วเหนือและขั้วใต้กลับขั้วกันระหว่างบราซิลและอินเดีย เกิดเส้นศูนย์สูตรใหม่.

นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ยังเชื่อว่า มีมนุษย์แบบพวกเราอาศัยอยู่ในดาวเคราะห์ดวงอื่นในจักรวาลอื่นด้วย มนุษย์เหล่านั้น แน่นอน คงมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์บนโลกเรา และเป็นห่วงเป็นใยในสวัสดิภาพของพวกเรา “พวกเขา”อาจจะกำลังคิดหาวิธีช่วยเหลือพวกเรา แม้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็พอบรรเทามหันตภัยต่อชีวิตมนุษย์บนโลกนี้

พวกเราชาวมนุษย์ที่อาศัยในโลกใบเล็กนี้ เราหายใจด้วยอากาศเดียวกัน ในอนาคต อาจมีการล่มสลายของมนุษย์ยุคนี้แล้วก็คงมียุคใหม่? หรือจะมีแต่ความมืดของวันสิ้นโลก และการทำลายที่ก่อให้เกิดความพินาศต่อเชื้อพันธ์มนุษย์? ขอให้โลกเราและชาวโลกทั้งหมดบนโลก ยังคงยึดมั่นในการแสวงหาความดีปกติสำหรับสวัสดิการของมนุษยชาติ พร้อมกับบรรดาสิ่งสร้างในสากลจักรวาลที่โคจรไปมาบนสวรรค์เหนือเรา เพราะสักวันหนึ่งไม่นาน ความลี้ลับใหญ่ที่สุดจะถูกเปิดเผยออกมา ดังนั้น We Are Not Alone !!! พวกเรามิได้อยู่เดียวดาย !!!

References : 2012 วันสิ้นโลก เรื่องจริงอิงจากนักดาราศาสตร์ :ทีมพลังจิต
Littleweb cs : PalungJit.com

http://www.planetxnibiru.ning.com

Who Will Determine Your Need To Know About
Planet X (Nibiru)? : YOWUSA

http://www.theforbiddenknowledge.com/
hardtruth/planet_X.htm

PlanetX Nibiru:Is Nasa & Vatican Hiding The Truth?
http://www.nowpublic.com/.../planet-X-nibiru-
nasa-and-vatican-hiding-truth

ตอนต่อไปเป็นข้อมูลน่าทึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่วาติกันประกาศว่า การติดต่อกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกเป็นเรื่องจริง และวาติกันเองก็กำลังร่วมมือกับชาติที่ก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ทำปฏิสัมพันธ์กับ”มนุษย์”บนดาวดวงอื่นในขณะนี้

จริงหรือไม่คงไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป เพราะเป็นการเปิดเผยของวาติกันเอง!
โปรดติดตามโพสต์ครั้งต่อไป – ครับ.

#87 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:49

หอดูดาววาติกัน
Vatican Observatory

หอดูดาววาติกันเป็นสถาบันค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ของสันตะสำนัก ขึ้นกับระบบบริหารปกครองของนครรัฐวาติกัน (Governorate of Vatican City State) หอดูดาวเป็นหนึ่งในสถาบันดาราศาสตร์เก่าแก่ที่สุดในโลก ความสนใจของพระสันตะปาปาด้านดาราศาสตร์ สามารถศึกษาย้อนกลับไปถึงพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 13 ซึ่งสร้างหอคอยพายุ (Tower of the Winds)ในวาติกันเมื่อ ปี 1578 และต่อมาได้เชิญพระสงฆ์เยซูอิตที่เป็นนักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์ มาศึกษาข้อมูลและแหล่งพัวพันทางวิทยาศาสตร์ เพื่อฟื้นฟูปฏิทิน(calendar) ซึ่งมีขึ้นในปี 1582 จากเวลานั้นและต่อเนื่องมาสันตะสำนักได้แสดงความสนใจและสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปแรกเริ่มของหอดูดาวมาถึงจุดสุดยอด ระหว่างกลางศตวรรษที่ 19 โดยมีการวิจัยค้นคว้าที่ Roman College โดย คุณพ่อ Angelo Secchi สงฆ์เยซูอิตผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นคนแรกที่สร้างระบบแบ่งแยกชั้นของดาวตามแสงที่เปล่งออกมา(spectra) ด้วยประเพณีการทำงานที่เข้มแข็งเป็นรากฐาน และเพื่อตอบโต้การใส่ความที่มีมานานว่าศาสนจักรเป็นศัตรูกับวิทยาศาสตร์ พระสันตะปาปาเลโอที่ 13 ในสาส์น Motu Proprio ชื่อ Ut Mysticam ลงวันที่ 14 มีนาคม 1891 ได้ฟื้นฟูก่อตั้งใหม่เป็นทางการคือหอดูดาววาติกัน และสร้างขึ้นที่เนินเขาสูงหลังโดมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์



คณะนักบวชหลายคณะได้อุทิศบุคลากรและผู้บริหารจัดการหอดูดาวแห่งนี้ รวมทั้งคณะ Barnabites, Oratorians, Augustinians และ เยซูอิต ในช่วงเวลามากกว่า 4 ทศวรรษเล็กน้อย การวิจัยค้นคว้าทางดาราศาสตร์ได้ดำเนินไป รวมทั้งโครงการนานาชาติที่ลือเลื่องเพื่อทำแผนที่ดาวบนท้องฟ้า ในปี 1910 นักบุญปีโอที่ 10 ได้จัดสถานที่ใหม่กว้างขวางกว่าสำหรับสร้างหอดูดาวที่วิลล่าแห่งหนึ่งในสวนของวาติกันที่สันตะปาปาเลโอที่ 13 ได้สร้างไว้ พระองค์ได้แต่งตั้งคุณพ่อ Joannes Hagen สงฆ์เยซูอิตเป็นผู้อำนวยการ อย่างไรก็ดี เมื่อเริ่มปี 1930 ก็ปรากฎชัดว่าการเติบโตของนครรัฐวาติกันทำให้ท้องฟ้าเหนือเมืองนี้สว่างไป จนไม่สามารถศึกษาดาวที่มีแสงริบหรี่ได้ ดังนั้น พระสันตะปาปาปีโอที่ 11 จัดสถานที่ใหม่สร้างหอดูดาว คือบ้านพักตากอากาศฤดูร้อน Castel Gandolfo ในเนินเขา Alban Hills ห่าง 35 ก.ม.ทางใต้ของกรุงโรม เป็นที่นี่เองที่หอดูดาวทันสมัย ได้มอบความไว้วางใจให้สงฆ์เยซูอิตดูแลจัดการ หอนี้สร้างขึ้นได้ในกลางปี 1930 พร้อมกับการสร้างกล้องดูดาวทรงพลังใหม่อีก 3 ชุด การติดตั้งห้องแล็ปฟิสิกส์ดาราศาสตร์เพื่อวิเคราะห์ทาง spectrochemical และการขยายโครงการวิจัยสำคัญๆมากมายต่อดาวหลายๆดวง ด้วยการติดตั้งกล้องโทรทัศน์มุมกว้าง Schmidt ในปี 1957 การวิจัยศึกษาได้ขยายขอบเขตไปสู่หัวข้ออื่นๆ โดยที่เทคนิคใหม่ๆสำหรับจัดชนิดดาวตามแสงที่เปล่งออกมานี้ยังคงเป็นโปรแกรมเร่งด่วนของหอดูดาวแห่งนี้

เนื่องจากปะชากรของกรุงโรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ท้องฟ้าเหนือหอดูดาวอีกครั้งหนึ่งสว่างเกินไป ด้วยสาเหตุนี้ ในปี 1981 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หอดูดาวได้ก่อตั้งศูนย์วิจัยค้นคว้าแห่งที่สองที่เรียกว่า VORG(Vatican Observatory Research Group) ในเมือง Tucson มลรัฐ Arizona สหรัฐอเมริกา หนึ่งในศูนย์กลางที่ทันสมัยที่สุดและใหญ่ที่สุดของโลกในงานดาราศาสตร์สังเกตการณ์ กลุ่มเจ้าหน้าที่หอดูดาวมีที่ทำงานที่ Steward Observatory ของ University of Arizona ที่ซึ่งพวกเขารับทราบข้อมูลทุกชนิดจากกล้องดูดาวทันสมัยที่ตั้งอยู่ในแถบ Tucson ทั้งหมด ในปี 1993 หอดูดาวในความร่วมมือกับหอดูดาว Steward ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์เทคโนโลยีก้าวหน้าของวาติกัน (VATT – Vatican Advanced Technology Telescope) บนภูเขา Mt. Graham มลรัฐ Arizona บางทีถือว่าเป็นที่ตั้งการวิจัยค้นคว้าทางเทหดาราศาสตร์ดีที่สุดในคาบสมุทรสหรัฐ นี้เป็นกล้องโทรทรรศน์เลนซ์อินฟราเรดชุดแรกของ Mt. Graham International Observatory (MGIO) โครงการซึ่งปีต่อๆไปจะมีการก่อสร้างกล้องโทรทรรศน์ทันสมัยที่สุดและใหญ่ที่สุดของโลกอีกหลายชุด VATT ได้บุกเบิกเทคโนโลยีใหม่ๆในการทำเลนซ์กระจกเงาที่แข็งแรง น้ำหนักเบา(เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร)ติดประกบชุดเตาหมุนได้ ด้วยงานของ VATT ในเมือง Tucson และงานนักดาราศาสตร์ของหอดูดาว ในที่สุดก็สามารถทำโปรแกรมค้นคว้าในระยะเวลายาวนานติดต่อกันเหมือนที่ทำในอดีต ที่ Castel Gandolfo ดังนั้น จากศูนย์ดูดาวทั้งสองแห่ง คือที่ Castel Gandolfo และ Tucson หอดูดาวก็คงสามารถดำเนินการศึกษาปัจจุบัน รวมทั้งเรื่อง : แบบของเทหวัตถุฟากฟ้า, การจัดแยกชนิดของแสงที่เปล่งออกมาของดาวฤกษ์ชนิดต่างๆเป็นพิเศษ, การแพร่กระจายโลหะมากหรือน้อยของดาวฤกษ์, ดาวแฝดและการแลกเปลี่ยนวัตถุสาร, ส่วนประกอบของเมฆดำซึ่งจากตรงนั้นดาวฤกษ์ใหม่ๆเกิดขึ้น, อนุภาคประกอบรอบๆดาวฤกษ์เกิดใหม่และประวัติศาสตร์ดาว. หอดูดาวดำเนินงานโปรแกรมเหล่านี้โดยร่วมมือกับสถาบันค้นคว้าและวิจัยทางดาราศาสตร์ในประเทศต่างๆ เช่น Argentina, Brazil, Canada, Chile, Finland, Italy, Lithuania, South Africa, The United States และในฐานะสมาชิกของ IAU ( International Astronomical Union) และ ICRA ( The International Center for Relativistic Astrophysics) ในปี 1985 หอดูดาวในความร่วมมือกับ Center for Theology and the National Sciences ที่ Berkeley มลรัฐ California เริ่มชุดสัมมนาศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้โดยนำเข้ามารวมกันทางด้านวิทยาศาสตร์ ปรัชญาและเทววิทยา ในทำนองงานของพระเป็นเจ้า จากแง่ของวิทยาศาสตร์

ห้องสมุดที่ Castel Gandolfo มีหนังสือมากกว่า 22,000 เล่มและเก็บสะสมหนังสือโบราณหายาก รวมทั้งงานของ Copernicus, Galileo, Newton, Kepler, Brahe Clavius, และ Secchi ที่เพิ่มเติมมาก็มีงานสะสมที่ยอดเยี่ยมของเสก็ดดาวและอุกาบาต ซึ่งจากสิ่งเหล่านี้ ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคแรกๆของระบบสุริยะได้เผยออกมา ผลการค้นคว้าถูกตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ รายงานประจำปีถูกแจกจ่ายไปยังสถาบันต่างๆมากกว่า 400 แห่งทั่วโลก ในช่วงระหว่างเวลาประมาณทุก 2 ปี หอดูดาวเป็นเจ้าภาพจัดที่ Castel Gandolfo หรือ Tucson ให้มีการพบปะทางวิทยาศาสตร์กับผู้ทรงความรู้ประมาณ 20 คน มาศึกษาหนึ่งในหัวข้อศึกษาปัจจุบันของหอดูดาวนั้น และมีการพิมพ์รายงานเป็นหนังสือโดยวางรากฐานจากผลลัพท์ของการประชุมนั้น ในปี 1986 Castel Gandolfo หอดูดาววาติกันจัดให้มีการศึกษาแบบ Summer School ในวิชาวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์เป็นเวลานานเกือบเดือน สำหรับนักศึกษา 25 คนจากทั่วโลก สอนโดยผู้ทรงคุณวุฒิลือชื่อที่ได้รับเชิญมาสำหรับโอกาสนี้ Summer School จัดอีกในปี 1988 และตั้งแต่นั้นมากลายเป็นงานจัดประจำสองปีครั้ง นักวิจัยค้นคว้าที่ทำงานกับนักดาราศาสตร์ของหอดูดาว เป็นแขกรับเชิญไปที่ Castel Gandolfo ในโอกาสหลังๆด้วย

หอดูดาววาติกันได้รับงบประมาณช่วยเหลือประจำปีจากสันตะสำนัก อย่างไรก็ดี สำหรับโครงการพิเศษ เช่น VATT หอดูดาวขอพึ่งพาความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงและผู้มีพระคุณ ผ่านมูลนิธิ “ Vatican Observatory Foundation” ที่ตั้งขึ้นเป็นพิเศษ และได้รับยกเว้นภาษี(เพราะเป็นมูลนิธิ).

และจากการที่วาติกันมีหอดูดาวทันสมัยที่สุดถึง 2 แห่ง ที่คอยตรวจสอบและติดตามเทหวัตถุฟากฟ้าต่างๆมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงสมัยปัจจุบัน ก็เป็นที่เชื่อได้ว่าวาติกันมีข้อมูลและบันทึกเป็นทั้งภาพถ่าย ภาพยนตร์ วีดีโอรวมทั้งการรับคลื่นวิทยุทางอวกาศจากชีวิตนอกโลก เก็บไว้ศึกษามากมาย รวมทั้งภาพถ่ายวีดีทัศน์(VDO) ของดาวที่เรามนุษย์กำลังใจจดใจจ่อขณะนี้ – Nibiru และ Planet X ไง – ครับ.

#88 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:51

Nibiru – ฝ่ายข่าวกรองวาติกัน – Secretum Omega

ในปีที่พึ่งผ่านพ้นไป นักสำรวจอิสระชาวอิตาเลียน Cristoforo Barbato (Naples 1972) ได้รับข้อมูลข่าวที่เชื่อถือได้จากประจักษ์พยานถึงการกลับมาของ Planet X และกิจกรรมของสำนักข่าวกรองที่ทำให้สันนิษฐานได้ เรียบเรียงจากพระสงฆ์เยซูอิต ซึ่งใช้รหัสว่า S.I.V. หรือคำเต็มภาษาอิตาเลียนคือ Servizio informazioni del Vaticano = Vatican Intelligence Service = สำนักข่าวกรองวาติกัน ผู้ติดต่อกับ Barbato เป็นชายคนหนึ่งแนะนำตัวเองว่าเป็นคนใน(insider)ของวาติกัน ทำงานสำหรับสันตะสำนัก(Holy See) และเป็นพระสงฆ์เยซูอิต.

ตอนเริ่มติดต่อกันในปี 2000 Barbato ยังไม่แน่ใจและสงสัย”คนใน”แบบที่แสดงตนเอง แต่ณจุดหนึ่งของการติดต่อสัมผัส ซึ่งกินเวลาเกือบสองปี เขาก็สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคนในคนนั้นได้ ชายคนนั้นเป็นพระสงฆ์คณะเยซุอิตและทำงานในนครวาติกันจริง แน่นอน Cristoforo Barbato กำลังปกป้องอัตลักษณ์ของแหล่งข้อมูลตามที่ต้องการ จากความเป็นมืออาชีพในความเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่เคร่งศีลธรรม.

Barbato ขอพบคนในคนนี้เพื่อยืนยันเงื่อนไขที่จำเป็นในการดำรงการพบปะสัมพันธ์ แม้จะรู้สึกอันตราย แต่คนในของวาติกันก็ตอบรับ และข้าพเจ้าคิดเอาว่าเขาเห็นด้วยว่ามันจำเป็นเมื่อพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลสำคัญยิ่งยวดนั้น มีการพบปะกันสองครั้งในที่สาธารณะในกรุงโรม ปี 2001 สิ่งที่ Barbato รับรู้จากเขาคือ ในกลุ่ม S.I.V. มีกลุ่มเสียงส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่รับมาเกี่ยวกับปัญหาดาว Planet X ดังนั้น ในความคิดของข้าพเจ้า การเปิดเผยจาก”ม้วนภาพยนตร์เยซุอิต” เป็นผลลัพท์ที่ไม่ใช่เพียงการหักกฎเกณฑ์ธรรมดาของพันธะกรณีที่เป็นความลับ แต่เป็นการละเมิดศีลธรรมของ”กลุ่มไม่ยอมงอ”ด้วยความเสี่ยงสูง : การฟื้นชีพของอารยะธรรม!

เพื่อเป็นข้อพิสูจน์กว่านั้น ในปี 2001 ด้วย คนในของวาติกันส่งให้ Barbato เทปม้วนหนึ่ง(ซึ่งข้าพเจ้าขอตั้งชื่อว่า “ม้วนภาพยนตร์เยซูอิต” หรือ Jesuit Footage) ขอให้นำเรื่องนี้สู่ความสนใจของสาธารณชน ม้วนนี้เป็นคลิปภาพยนตร์ความยาว 2 นาที แสดงถึงการตามสังเกตศึกษาในอวกาศไกลโพ้นเกี่ยวกับกลุ่มดาวเคราะห์ที่มีบรรยากาศหนาทึบ(คาดว่าคือดาว Planet X)ขณะที่โคจรเข้าใกล้ระบบสุริยะ แต่ยังอยู่นอกทางโคจรของดาวเกตุหรือ Neptune

วีดีโอ ที่ข้าพเจ้ามีโอกาสชมหลายครั้ง เริ่มด้วยอรัมภบท ซึ่งเป็นรหัสจัดชั้นความลับ (วีดีโอม้วนนี้เป็นชั้นความลับ “ Secretum Omega” ซึ่งสูงกว่าการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดใน S.I.V. สูงเทียบความลับ CTS ลับสุดยอดหรือ “Cosmic Top Secret” ของ NATO) และทำขึ้นโดยโครงการพิสูจน์สำรวจอวกาศที่เป็นโครงการลับในชื่อ Siloe.



“คนใน”วาติกันบอก Barbato ว่า สำนักงานพิสูจน์สำรวจอวกาศได้รับคำสั่งลับๆจาก Lockheed Martin และเสริมพรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์กล้องอินฟราเรดทันสมัยที่สุดและระบบขับเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า จัดประกอบขึ้นที่ Area 51 (Nevada U.S.A.) และส่งขึ้นอวกาศโดยอากาศยานความเร็วขั้น Hypersonic Aurora – Type ในปี 1990 โดย โครงการพิสูจน์สำรวจอวกาศ Siloe ตามการปฏิสัมพันธ์ของ Barbato ทราบว่ามีการส่งภาพมวลดาว Planetoid กลับมาในเดือนตุลาคมปี 1995 หลังจากที่มันกลับเข้าสู่ระบบสุริยะ ซึ่งตรงนี้มันจะมีพลังแรงพอที่จะส่งสัญญาณที่มีคุณภาพเข้าสู่กล้องโทรทรรศน์วิทยุลับที่ซ่อนอยู่ในโรงกลั่นน้ำมันที่เลิกใช้แล้วใน Alaska ควบคุมจัดการโดยกลุ่มเดียวคือคณะพระสงฆ์เยซูอิตที่ทำงานให้ S.I.V. เขาเสริมว่า กล้องโทรทรรศน์วิทยุสร้างเมื่อปี 1990 เพื่อใช้ติดตามสังเกตุเทหวัตถุฟากฟ้า(celestial bodies)ที่โคจรเบี่ยงเบนผิดปกติและเข้าใกล้ระบบสุริยะ คนในของวาติกันบอกนักสำรวจอิสระว่ากลุ่มดาวเคราะห์ Planetoid ที่เห็นในวีดีโอเทปนั่นแหละคือ Planet X หรือที่ขนานนามว่า The Sumerian Nibiru”.

คำว่า”ข้าพเจ้า”ที่ใช้ในข้อความที่โพสต์อยู่ในเรื่องนี้ หมายถึง”นักข่าวที่รายงานข่าวนี้” ท่านที่สนใจจะทราบว่าเป็นใครต้องรอตอนท้ายรายงานข่าวนี้ – ครับ.

#89 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:52

Nibiru –Vatican Intelligence Service ตอน 2

หลายปีต่อมา วันที่ 30 เมษายน 2005 Barbato ได้ตัดสินใจเปิดเผยเรื่องสำคัญนี้และแสดง”ม้วนภาพยนตร์เยซูอิต”แก่สาธารณชน การเปิดฉายแสดงมีขึ้นที่ Province Palace 0f Pescara (เมืองทางฝั่งทะเล Adriatic ของอิตาลี) ในการประชุมใช้ชื่อว่า “UFO? ความจริงที่เป็นความลับสูงสุด จาก Area 51 ถึง Planet X” จัดงานโดยสมาคม ”Ufobserver” สมาคมทางวัฒนธรรมอิตาเลียนในเมือง Pescara จากปี 2001 ถึง 2005 Barbato ทำงานต่อเนื่องและยังคงทำงานต่อไป เพื่อหาประจักษ์พยานแวดล้อมที่สามารถพิสูจน์ความมีอยู่จริงของดาว Nibiru (Planet X) และ Vatican Secret Service สำหรับ S.I.V. เขาได้พบข้อมูลสุดยอดสำคัญในข้อเขียนทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่ง เป็นหนังสือเขียนโดย Mark Aarons และ John Loftus ที่ชื่อว่า “Ratlines” ข้าพเจ้าได้พบการอ้างอิงไม่ตรงทีเดียวอีกชิ้นหนึ่งในข้อเขียนภาษาอิตาเลียน เขียนโดย Lt. Col. Umberto Rapetto ร่วมกับนักหนังสือพิมพ์ Roberto Di Nunzio : ชื่อ L’atlante delle spie, Bur Publisher, Milan, 2002 (บทที่ 5 – Lo Spionaggio in porpora : il Vaticano) ในหน้า 89 paragraph 2.3 (Le nunziature) ที่กล่าวถึง Robert A. Graham พระสงฆ์เยซูอิต ซึ่งในอดีตได้ให้ข้อสังเกตเป็นนัยเกี่ยวกับความมีอยู่จริงของ Vatican Secret Service.

การให้ข้อมูลผิดพลาดหรือการถ่ายทอดช้าๆของข้อมูลที่จัดชั้นเป็นระบบไว้ ? Barbato ได้รับความรู้โดยการติดต่อปฏิสัมพันธ์ลับให้เผยแพร่ข่าวสารสำคัญเยี่ยงชีวิตโดยผ่านทางสื่อ เพื่อช่วยให้มนุษยชาติเตรียมการสำหรับเหตุการณ์บางอย่าง ซึ่งในอนาคตจะเกี่ยวพันกับบรรดาสิ่งสร้างทั้งหลายในโลก เพื่อได้ข้อมูลมากกว่าเกี่ยวกับพยานหลักฐานและการค้นคว้า ผู้อ่านอาจดูการให้สัมภาษณ์ของพระสงฆ์เยซูอิตอิตาเลียน(โดย Cristoforo Barbato สงวนลิขสิทธิ์) ที่จัดขึ้นในโรมปี 2001 แปลเป็นภาษาอังกฤษและพิมพ์เผยแพร่ใน Website ของแคนาดาที่มีชื่อเสียง คือ http:// www.ufodigest.com การยืนยันกลายๆ! ความวิปริตอย่างประหลาดในระบบสุริยะ มีการยืนยันทางอ้อมอย่างจริงจังของ “ม้วนภาพยนตร์เยซูอิต” ระดับชั้น Secretum Omega ไหม? คำตอบ : มีแน่.

นายแพทย์อเมริกัน Dr. Steven M. Greer ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าศูนย์ Center for the Study of Extraterrestrial Intelligence = CSETI และ”โครงการเปิดเผยความรู้ต้องห้าม” ในบทที่ 16 “ Circles of Power – Behind the UFO Secrecy “ เขาเขียนว่า....เกี่ยวกันกับเรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวของ UFO และการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับ ETs (มนุษย์ต่างดาว – อีที) ชายคนหนึ่ง ระหว่างพัก พาข้าพเจ้าออกไปที่ระเบียงและพูดว่า “คุณทราบแน่ เราเข้าใจว่า คุณได้พบกับผู้อำนวยการ CIA (สำนักข่าวกรองสหรัฐ) และกำลังให้ข้อมูลข่าวสารนี้กับท่านประธานาธิบดีสหรัฐ แต่คุณจำเป็นต้องรู้ว่า คนพวกนั้นไม่รู้อะไรเลย และพวกเขาก็ไม่คิดจะอยากรู้อะไรทั้งนั้น .... และคุณควรคุยกับคนมีความคิดเฉลียวฉลาด ควรคุยกับคณะนักบวช และที่สำคัญคณะนักบวชนั้นคือคณะเยซูอิต ที่เป็นผู้ควบคุมงานส่งผ่านเทคโนโลยี “ -- Steven M. Greer M.D. 2006 - Website : http://www.nexusmagazine.com

ข้อความที่ยกมาอ้างอิงถึงการพบปะระหว่าง Dr. Steven Greer และ”คนใน”กบฏบางคนที่มีขึ้นในเดือนธันวาคม ปี 1994 ที่ Phoenix อาคาร Wringley Mansion ที่เราสามารถเข้าใจโดยไม่มีแม้แต่เงาของความสงสัย คือว่า หนึ่งในคนเหล่านั้นสารภาพกับ Greer ว่าพระสงฆ์เยซูอิตบางองค์ควบคุมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ UFO Technology และการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ต่างดาว(Aliens) ดังนั้น คำพูดของ Greer เป็นการยืนยันกลายๆถึงทั้งพยานหลักฐานและทั้งประจักษ์พยาน Rev. Malachi Martin (การสัมภาษณ์ทางวิทยุกับ Art Bell 1997) และพยานหลักฐานของ Barbato เพราะคำยืนยันของ Greer มาทีหลังและแหล่งข่าวของเขาแตกต่างจากคนอื่น.

คิดว่าสิ่งนี้อาจเป็นที่สนใจสำหรับบางคนที่อยู่ที่นี่กระมัง.

สันติ สวัสดี

Michael

ข้อมูลที่คุณ Michael นำเสนอมาเพื่อให้พวกเราทราบถึง Nibiru ในการตรวจสอบติดตามของ V.I.S. ที่ใช้เครื่องมือทันสมัยที่สุด เป็นข้อมูลเชื่อถือได้หรือไม่ แล้วแต่ท่านจะพิจารณาว่า รับได้หรือไม่ มาถึงตรงนี้ เราชาวคาทอลิกทราบข้อมูลที่พวกเราไม่เคยทราบและหลายคน(คาทอลิกเรานี่แหละ)ดีใจที่ทราบว่า พระศาสนจักรคาทอลิกมิได้เชื่ออะไรเหลวไหวหรือขาดความรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ท่านก็เห็นแล้วว่า วาติกันลงทุนเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ด้านวิทยาศาสตร์เป็นต้นดาราศาสตร์มานานแล้ว และรวบรวมความรู้สารพัดทางด้านที่ชาวโลกควรจะรู้ไว้ เป็นภูเขาเลากา ที่เราพึ่งทราบไม่นานก็เพราะวาติกันต้องการศึกษาให้แน่ใจก่อนที่จะแถลงให้สาธารณชนรับทราบ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้ข้อมูลเรื่องที่ว่าโลกอาจถึงวันสิ้นสุดในวันใดวันหนึ่งนั้น ยิ่งต้องระมัดระวังยิ่งยวด ที่รู้กันก็เพราะมี”คนใน”ของวาติกันบางคนดึงเอกสารสำคัญออกมาเปิดเผยให้คนนอกนำออกมาเผยแพร่ ซึ่งเป็นการกระทำที่”ขัดต่อระเบียบแบบแผนการทำงานของฝ่ายความลับสุดยอด” ขออภัย คณะพระสงฆ์เยซูอิตที่เป็น”ตัวดำเนินเรื่อง” ที่หลายคนคงอยากทราบว่าท่านผู้นี้ชื่ออะไร อ่านๆดูคงพอเดาออก

#90 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:56

Planet X Nibiru !!
คำเตือนของฝ่ายบริหารนอร์เวถึงโลกว่ามีจริงและกำลังโคจรเข้ามาใกล้โลก

นี้เป็น”จดหมายเปิดผนึก”จากนักการเมืองนอร์เวคนหนึ่ง เขาส่งจดหมายฉบับนี้มายัง Project Camelot Team. ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มกราคม ปี 2008 เขาพูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดในปี 2012 ที่นอร์เวเป็นพิเศษ แม้ว่าสาส์นของเขาสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งครบก็ตาม

“ข้าพเจ้าเป็นนักการเมืองนอร์เว ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่าสิ่งยุ่งยากทั้งหลายจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปี 2012 รัฐบาลนอร์เวกำลังสร้างฐานใต้ดินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกถามเรื่องนี้พวกเขาก็เพียงตอบเป็นปกติว่า ที่สร้างนั้นก็เพื่อการคุ้มครองประชาชนคนนอร์เว เมื่อข้าพเจ้าถามว่าจะเสร็จเมื่อใด พวกเขาตอบว่า “ก็ก่อนปี 2011 “

Nibiru กำลังมาและนอร์เวได้เริ่มสะสมอาหารและเมล็ดพืชในเขต Svalbard พวกเขาตั้งใจจะช่วยเฉพาะคนที่เป็นกลุ่มอำนาจและคนที่สามารถจะผลิตขึ้นมาใหม่ได้ : คือ แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และ ฯลฯ

สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทราบมานานแล้วว่า คงต้องจากไปก่อนปี 2012 ไปที Mosjoen ซึ่งตรงนั้นเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารลึกใต้ดิน ค่ายทหารแห่งนี้ได้สร้างมาเป็นเวลานานแล้ว.

ประชาชนที่กำลังจะถูกทิ้งบนผิวดินและตายไปพร้อมกับคนอื่นๆจะไม่มีความช่วยเหลือแบบใดทั้งนั้น แผนการคือ ชาวนอร์เว 2,000,000 คนจะปลอดภัยในขณะที่พวกที่เหลือต้องตายไป ซึ่งหมายความว่าประชากรจำนวน 2,600,000 คนจะสูญสิ้นไปในตอนกลางคืน เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร.


"


ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจมาก บ่อยครั้งจะร้องไห้คร่ำครวญร่วมกับเพื่อนๆที่ต่างทราบว่าคนจำนวนมากกว่าจะรู้ก็สายไปแล้ว และทุกอย่างจะสิ้นสุดสำหรับพวกเขา รัฐบาลกำลังโกหกประชาชนเริ่มตั้งแต่ปี 1983 จนถึงเดี๋ยวนี้ นักการเมืองคนสำคัญๆรู้เรื่องดีแต่น้อยคนจะบอกกล่าวให้คนรู้ ถ้าพวกเขาบอกใครสักคน พวกเขาต้องตายอย่างแน่นอน แต่ข้าพเจ้าไม่เกรงอะไรแล้วสำหรับตนเอง ประชาชนต้องรู้เรื่องนี้ มนุษยชาติต้องอยู่รอดและชาติพันธ์มนุษย์ต้องดำรงอยู่ต่อไป.

รัฐบาลของทุกประเทศในโลกต่างห่วงกังวลเรื่องนี้ และพวกเขาเพียงพูดว่ามันคงเกิดขึ้น สำหรับประชาชนเหล่านั้นที่สามารถช่วยตนเองได้ข้าพเจ้าคงบอกว่าให้หาที่สูงอยู่อาศัย และพยายามสำรวจหาถ้ำบนนั้นที่พวกคุณสามารถเก็บสะสมอาหารให้เลี้ยงชีพได้อย่างน้อยเป็นเวลา 5 ปี จำพวกเครื่องกระป๋องและน้ำให้ใช้ได้สักช่วงเวลาหนึ่ง ยาเม็ดแก้พิษรังสีและชุดป้องกันเชื้อควรจัดหาไว้ถ้ามีงบประมาณพอเพียง

เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าพเจ้าจะพูด : ขอพระเป็นเจ้าทรงโปรดช่วยพวกเราทุกคน....แต่ ข้าพเจ้ารู้ว่าพระองค์คงจะไม่ช่วย(เพราะที่จะเกิดนั้นเป็นการกระทำเพื่อลงโทษมนุษย์ไง) ก็แต่ละคนเท่านั้นต่างคนต่างหาทางเอาเองซึ่งต่างกันไป.... ตื่นเถอะ ได้โปรด!!!





ข้าพเจ้ายืนยันกับคุณว่า 100% สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้น มีเวลาถึง 4 ปีเพื่อเตรียมตัวรับวาระสุดท้าย หาอาวุธไว้ และรวมตัวกันเพื่อช่วยกันให้อยู่รอด และเป็นต้นหาสถานที่ที่คุณจะอยู่รอดปลอดภัยโดยมีอาหารชั่วระยะเวลาหนึ่ง โปรดจำไว้ว่าบรรดาคนที่อยู่ในเมืองและรอบๆเมืองในปี 2012 จะเป็นพวกแรกที่โดนก่อนและตายก่อน ต่อไปกองทัพจะรวบรวมคนที่รอดตายเข้ามาเป็นกลุ่มและถูกยิงให้เสียชีวิตถ้ามีการขัดขืนที่จะนำพวกเขาไปเข้าค่าย ที่ซึ่งแต่ละคนจะถูกกาเครื่องหมายแสดงตัวเลขและรหัส

สาธารณชนจะไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นจนกว่าเรื่องจะจบลง เพราะว่ารัฐบาลไม่ต้องการก่อให้เกิดการแตกตื่นวุ่นวายแก่มวลชน ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างเงียบๆและรัฐบาลก็มลายหายสูญไป.

แต่ข้าพเจ้าขอกล่าวว่า : อย่าออกไปไหนตอนกลางคืน ให้ระมัดระวังเพื่ออยู่อย่างปลอดภัยกับคนในครอบครัวของท่าน จงรวมกลุ่มกับคนอื่น ทำงานร่วมมือกันเพื่อหาหนทางแก้ทุกปัญหาที่ท่านอาจเผชิญ.

ฟังดูออกจะประสาท – นะ?! คุณไม่เชื่อเรื่องนี้ก็ได้ !

ยิ่งกว่านั้น ขอแนะนำจริงๆให้คุณวิจัยค้นคว้าของคุณเอง !

แต่ ! คุณเคยมีความคิดบ้างหรือเปล่า : ว่า
คุณจะทำอะไรในปี 2012 ?

สมมุติเป็นอย่างนี้จริง ?
คุณจะไปซ่อนตัวที่ไหน ?
คุณจะกินอะไร ?

แม้ถ้ารัฐบาลจะปล่อยให้พวกเราตาย “เรา”สามารถช่วยตัวเราเอง ถ้า
“เราทำงานด้วยกัน” !

แต่
เวลากำลังหมดลงทุกที....แล้ว

#91 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 12:58

บทส่งท้าย – คำทำนายวันสิ้นโลกและข้อเท็จจริง
Conclusion – Prophecies of Doomsday and Facts

มนุษย์เรานั้น ทุกวันนี้อยู่ตรงไหน ยากที่จะก้าวเดินต่อไปยิ่งกว่าว่าเราเริ่มตรงไหน เว้นแต่ว่าภาพของ Planet X อยู่ตรงนั้นให้ช่วยกันสังเกตติดตาม นักดาราศาสตร์สมัครเล่นบางคนถึงกับส่องพบมัน ในการตรวจสอบกลางคืนจากกล้องโทรทรรศน์ของพวกเขา NASA และกล้องโทรทรรศน์ Hubble Space Telescope ได้รับภาพคุณภาพสูงด้วย ดังนั้น ดูเป็นภาพจากสิ่งที่เป็นจริง.

ปัญหาคือ รัฐบาลประเทศต่างๆไม่พูดเรื่องนี้ ซึ่งน่าจะพูดบ้างเกี่ยวกับ ETs หรือ Extraterrestrials = มนุษย์ต่างดาว แต่หลายรัฐบาลทีละน้อยต่างก็เปิดแฟ้มข้อมูลของพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่แหละคือความแตกต่าง รัฐบาลเดียวกันเหล่านี้ก็”ไม่อยากพูด”เกี่ยวกับ Nibiru สำนักวาติกันเองยังคงออกคำยืนยันว่าจะทำอย่างไร”ถ้ามีมนุษย์ต่างดาวนอกจักรวาลจริง”? นี่แสดงว่ามิได้ปฏิเสธการสถิตอยู่ของพระเป็นเจ้า เพราะพระเป็นเจ้าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง ผลที่ได้ก็คือ “สิ่งมีชีวิตเหล่านั้น” เป็นพี่เป็นน้องเป็นญาติของมนุษย์เรา! ( Rev.Fr. Gabriel Funes)

ชั่วระยะหนึ่ง สำนักวาติกันได้เก็บซ่อนสิ่งที่ค้นพบทางดาราศาสตร์ทุกชิ้นไว้ รวมทั้งข้อมูลของ Nibiru ในขณะที่เตรียมการใหญ่เพื่อการติดต่อ ? สำหรับเรื่องติดต่อกับเผ่า Anunnaki (ที่เชื่อว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวที่เชื่อกันว่ามาทำความเจริญแก่โลกโบราณ และอพยพออกไปจากโลกนานมาแล้ว) ก็ดูจะพิจารณาสถานะทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ นั่นเพียงบางเรื่องที่กังวลกัน แต่พวกเราทุกคนรู้สึกได้ถึงสิ่งนั้นไม่ต้องสงสัย ทุกอย่างดูเหมือนกำลังเกิดขึ้นตรงตามที่มีคำพยากรณ์ทำนายโดย Hopi , พวกชนเผ่า Mayans และกลุ่มวัฒนธรรมตรงไปตรงมาอื่นๆในชั่วขณะเวลานี้ และเราทุกคนจำเป็นต้องรู้ว่าดาว Planet X เกี่ยวข้องอย่างมีความหมายกับพวกเราหรือไม่? และพวกเราจำเป็นต้องเตรียมตัวหรือ?

ขอให้เรามาดูตัวอย่างของความตื่นเต้นในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับดาวดวงนี้ เพื่อจะสามารถรวมดาว Nibiru ว่าเป็นสาเหตุในระดับหนึ่ง ขณะที่ใช้เวลาตรวจสอบการกระทำของผู้นำโลก

รัฐบาลสหรัฐกำลังอยู่ในสภาวะปกปิดความลับเต็มความสามารถตอนนี้ โดยที่ผู้บริหาร(ข้าพเจ้าใช้คำนี้ไม่เต็มปากนัก) เริ่มสลายแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆเหมือนคุ๊กกี้ หันไปปรึกษาหารือกับพรรคของเขา และหันไปหาประชากรทั้งหมดของสหรัฐโดยแท้จริง ประหนึ่งเป็นกลุ่มชนเดียวกัน ประธานาธิบดี Obama ขณะนี้กำลังท้าทายอย่างไม่ปิดบัง ต่อความปรารถนาใดๆของคนอเมริกัน โดยเสนอแนะอะไรบางอย่างที่คลุมเครือกว่าตามแผนที่วางไว้.

มีผู้ดูแลนครใต้ดิน ความสลับซับซ้อนของทางหลวงและทางรถไฟใต้ดิน ซึ่งที่สร้างขึ้นก็เพื่อให้ประชากรของดาวเคราะห์(โลก)นี้ได้รับส่วนแบ่งทุกคน ทำให้ใครๆก็เกิดสงสัยว่า”สิ่งเหล่านี้ทำไว้ทำไม? เรื่องนี้เป็นไปได้ยิ่งกว่าห้องมั่นคงใต้ทำเนียบขาวเสียอีก --ข้าพเจ้าว่านะ.

นอร์เวนั้น ตอนนี้มีห้องมั่นคงเก็บเมล็ดพืช ( บรรยายในตอนที่แล้ว ) เพื่อปกป้องระบบสะสมอาหารของโลกจากมหันตภัยทางนิเวศวิทยาที่อาจเกิดขึ้น ก็อย่างที่ว่า พวกเขารู้อะไรแน่ๆ.

NASA ยังคงโกหกเรื่องทุกอย่างที่พวกเขาทำไป ถ่ายภาพยนตร์หรือวีดีโอไว้ หรือถ่ายรูปไว้ แค่นี้ก็พอจะคิดอะไรออกแล้ว



กล้องดูดาวอวกาศ Hubble กำลังเก็บภาพสำคัญทางดาราศาสตร์

Gary Mckinnon ของจักรภพอังกฤษ พยายามแสวงหาอย่างแข็งขัน เพื่อมิให้สหรัฐล้วงเข้าไป(hack)ในคอมพิวเตอร์ของ NASA ซึ่งตัวเขาเป็นประจักษ์พยานเก็บภาพทางอากาศของ UFO และ การส่งผ่านเป็นกองทัพเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่ชาวโลกเรา เรื่องนี้ก็ใหญ่มิใช่หรือ?

การเงินของโลกกำลังใต่ขอบใกล้ล่มสลาย และระเบียบโลกใหม่ดูเหมือนกำลังเกิดแล้วปัจจุบันนี้ หากเป็นแบบนี้ นานเท่าใดที่คุณเชื่อว่าพวกคนชั้นยอดจะรักษาอำนาจของพวกเขาไว้ได้ ขึ้นกับและรวมกับการป้องกันต่อสิ่งที่พวกเขาทราบอยู่ว่าเป็นจริง ?

และขณะนี้ แผ่นดินไหวและพายุร้ายดูเหมือนเพิ่มความรุนแรงขึ้นสู่ยอดสุดของมาตราวัด ชวนให้คิดว่าเป็นช่วงเวลาไม่ปกติ และก็เลยคิดไปว่าเป็นการกระทำของดาว Planet X ที่กำลังมาใกล้และจะมาถึงแน่นอนในปี 2012 และดวงอาทิตย์ที่ดูเหมือนกำลังตื่นแล้วโหมความเกรี้ยวกราดเพิ่มขึ้นด้วย.

และที่สุด บางสิ่งยากมากสำหรับ NASA ที่จะอธิบาย นั่นคือ”ดาวทรงกลมทั้งหลาย” ขณะนี้กำลังโคจรเข้าในขอบปริมณฑลของดวงอาทิตย์ และไม่เพียงแต่จะมีรูปพรรณสัณฐานเป็นโลหะอิสระ แต่ยังมีความต้านทานสูงมากต่อสภาวะอุณหภูมิที่พึ่งรู้กันในทางวิทยาศาสตร์ !



สุดท้าย ข้าพเจ้าคิดว่าพวกเรากำลังควบไปอย่างทุลักทุเล และการควบนี้ถูกกดปุ่ม”เดิน”(‘ON’ position) ข้าพเจ้าคิดว่า Nibiru เป็นส่วนหนึ่งของสมการ และข้าพเจ้าคิด เป็นธรรมดาที่ทุกคนสามารถมองเห็นอะไรบนใบหน้าของนักการเมืองของเรา พวกเขารู้อะไรบางอย่าง อะไรที่ใหญ่มากกำลังมา อีกไม่นานคงเกิดกรณีของ”การโกหกครั้งเบ็ดเสร็จของนักการเมือง” อย่างไรก็ดี สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นกลุ่มคนเก่งที่กำลังแสดงตนอยู่ตอนนี้ กำลังไม่บอกความจริงหรือกำลังโกหก “จนนาทีสุดท้าย” เล่นทายปริศนาตราบนานเท่านาน จนกระทั่ง ถึงเวลา จะวิ่งไปอย่างรีบเร่ง ไวยังกะหนู
สละทิ้งทั้งเรือ สละทิ้งทั้ง”พวกเราประชาชน”.................!!!


ผมดีใจที่สามารถจบสารคดีเชิงวิทยาศาสตร์ผสมเชิงศาสนา ปรัชญาและเทววิทยาที่อยู่ในความสนใจของชาวโลกขณะนี้ เรายังมีเวลาเตรียมตัวอีก 2 – 3 ปีก่อนที่จะเกิดความยุ่งยากที่กระทบชีวิตร่างกายและวิญญาณของเรา เอาเถอะ อาจจะไม่ใช่ในปี 2012 ตรงๆ แต่ก็คงจะเกิดแน่ๆ ดังนั้น อย่าวางตนในความประมาท หัวเราะเยาะคนที่พยายามบอกท่าน กลับไปอ่านทวนแต่ต้นใหม่ แล้วคุณจะเห็นสัจธรรมความเป็นจริงของชีวิตมนุษย์ มนุษย์ไม่มีความสามารถใดๆพอจะเอาตัวรอดจากมหันตภัยที่จะมาถึง เตรียมการไว้นั่นแหละเป็นวิธีที่ดีที่สุด นอกจากพยายามเอาตัวรอดฝ่ายกายแล้ว ต้องนึกถึงจิตวิญญาณของเราเอง เตรียมพร้อมเถอะ เมื่อถึงเวลาคุณจะโล่งอกจากการที่จะสามารถเอาตัวรอดทั้งกายและวิญญาณ – ครับท่าน.

ปีนี้ผมรู้สึกว่าสุขภาพไม่ค่อยดีเลย เป็นต้นสายตาแย่ลงมาก นั่งแปลงานนั่งพิมพ์คอมฯอย่างเก่งสัก 20 – 30 นาทีก็ต้องพักสายตาเป็นระยะๆ พระเป็นเจ้าทรงโปรดให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับการเผยแพร่พระนามของพระองค์ได้จนสำเร็จหลายเรื่อง แต่ “งานมีวันเลิกรา” ผมอยากพักร่างกายและสายตาสักระยะหนึ่ง แปลว่าคงหายไปไม่ปรากฏโพสต์ใดๆในช่วงที่พักงานตามที่ว่านี้ หวังว่า ถ้ามีข้อมูลใดที่น่านำมาพูดคุยกัน ก็อาจโผล่เขามาเป็นระยะๆ คงไม่ว่ากันนะครับ.

ช่วยสวดภาวนาเพื่อกันและกันด้วย ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ

AMDG ---- Alan Petervich

Edited by alone, 25 March 2011 - 13:04.


#92 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 25 March 2011 - 21:56

ถ้ามันไม่เกิดขึ้นจริง จขกท.เลิกเล่นบอร์ดไปเลยดีมะ

เริ่มงมงายมากล่ะ สร้างกระแสให้แตกตื่นกันไปได้


คนไทยนี้ก้แปลก อะไรที่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง มักจะไม่ค่อยสนใจ

แล้วก้มีปฏิกิริยาต่อต้านมันซะอย่างนั้น

มองเจตนาของคนอื่นเป้นลบอย่างนี้ สมองเลยไม่พัฒนาจมปักอยู่กะสิ่งจอมปลอม

แค่มีความคิดที่แตกต่างก้เป็นคนเลว สร้างกระแส

ก้บอกแล้วให้พิจรานาในการอ่าน ถือว่าเป็นกรณีศึกษา สำหรับคนที่ไม่รู้แล้วอยากรู้

ส่วนคนที่รู้แหละไม่เชื่อ ก้จะได้มีข้อมูลอ้างอิง เอาไปเปรียบเทียบกัน

ว่าทำไมถึงมีคนเชื่อ ว่าทำไมถึงมีคนไม่เชื่อ

ปิดกั้นแม้กระทั่ง ความคิดของตัวเอง โลกทรรศถึงได้แคบ มองแต่ตัวเอง

คนอื่นเลวหมด

#93 New~Soul

New~Soul

    เซียนบอร์ด LV6

  • Members
  • 3,240 posts
  • Location★"กุรู้ว่ามุงรู้ ว่ากุรู้ ว่ามุงรู้"★

Posted 25 March 2011 - 23:34

อ่านๆไปคล้ายๆพวกที่ชอบมากดกริ่งหน้าบ้าน

แล้วก็อธิบายถึงเรื่องโลกแตก จากนั้นก็ลากเข้าสู่เรื่องของศาสนาแล้วให้เราคล้อยตาม

ทิ้งหนังสือไว้ให้อ่่านหนึ่งเล่ม แล้วก็ชวนเราเข้าโบสถ์ หุหุ

แต่พอดีว่าบรรพบุรุษเข้าวัด เลยไม่ค่อยได้สนใจสิ่งที่พวกคนกดกริ่งเหล่านั้นพูดมา

Posted Image



Posted Image


#94 โคตรสวย

โคตรสวย

    เซียนบอร์ด LV3

  • Members
  • 1,050 posts

Posted 25 March 2011 - 23:57

อยากตาย....แต่ก่อนตาย ขอหาสามีไห้ได้ก่อนนะ อิอิ

Posted Image


#95 Minako Fah

Minako Fah

    เซียนบอร์ด LV1

  • Members
  • 489 posts
  • LocationSure :) ♥ i'm l๏vin' YOU ~

Posted 26 March 2011 - 00:08

เห็นมานานแล้วนะ บทความเหล่านี้

ตั้งแต่ก่อนหนัง 2012 จะเข้าฉายซะอีก

Posted Image
CreditsSig



#96 เก่งSamurai

เก่งSamurai

    เซียนบอร์ด LV7

  • Members
  • 4,275 posts

Posted 26 March 2011 - 00:11

เมื่อถึงเวลา ไม่มีใครฝืนได้หรอกคับปล่อยให้มันเป็นไปตามวงรอบของมันเถอะคับ มนุษย์ตัวเล็กไหนเลยจะต่อกรกับโลกทั้งใบได้ หากเป็นจริง ผมคนนึงละที่ขอยอมตายไปพร้อมกับโลก ไหนใครบอกว่ารักโลกใบนี้เหลือเกินเห้นมีไปสำรวจดาวโน้น นี่ นั่น นี่แหละมนุษย์พอรู้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่เริ่มไม่ดีไม่เข้าท่า ก้อเริ่มหันไปหาสิ่งใหม่ๆทดแทน สายไปแล้วผมขอให้ไอ้พวกที่คิดจะไปจากโลกนี้โดนโลกเอาคืนเป็นพวกแรก

#97 A007

A007

    เซียนบอร์ด LV2

  • Members
  • 601 posts

Posted 26 March 2011 - 12:33

ก็กรุไม่เชื่อ มิงยังจะมาปัญญาอ่อนอะไรนักหนาวะ

เอางี้มะ ถ้าโลกไม่่แตกตามที่มิงพูดกรุขอเหยียบหน้ามิงทีเดียว

โอเคมะ
WIZARD 188

SERVER PLUTO

#98 CasanovA

CasanovA

    เซียนบอร์ด LV3

  • Members
  • 1,190 posts
  • Locationอยู่ในใจสาวๆ ( :

Posted 26 March 2011 - 13:26

ยังไงก้ตายหมู่ หุ ๆ

Posted Image


#99 Black Ops

Black Ops

    เซียนบอร์ด LV6

  • Members
  • 3,508 posts
  • LocationLegend

Posted 26 March 2011 - 16:27

ผมชอบนะเรื่องแปลกๆ แต่อ่านไม่ไหวคับ :lol:





#100 alone

alone

    ขาประจำ LV1

  • Members
  • 57 posts

Posted 27 March 2011 - 17:26

ก็กรุไม่เชื่อ มิงยังจะมาปัญญาอ่อนอะไรนักหนาวะ

เอางี้มะ ถ้าโลกไม่่แตกตามที่มิงพูดกรุขอเหยียบหน้ามิงทีเดียว

โอเคมะ



เลวทางความคิดไม่พอ เลวกระทั่งวาจา

แค่นี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก

การศึกษา ไม่ได้ช่วยอะไรเลย