Playpark Board บอร์ดของคอเกม พูดคุยกับทีมงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตาม พูดคุย ข่าวสารเกมออนไลน์ทั่วโลก: กติกาเบสบอลเบื้องต้น - Playpark Board บอร์ดของคอเกม พูดคุยกับทีมงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตาม พูดคุย ข่าวสารเกมออนไลน์ทั่วโลก

Jump to content

Page 1 of 1
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

กติกาเบสบอลเบื้องต้น สำหรับผู้ต้องการเล่นเกมเบสบอล และผู้ที่สนใจ

#1 User is offline   aroma7 

  • หน้าใหม่ LV1
  • Group: Members
  • Posts: 1
  • Joined: 27-April 11

Posted 27 April 2011 - 14:08

เนื่องจากกีฬาเบสบอลเป็นกีฬาที่หาดูได้ยากในประเทศไทย(หรือถ้าใครติดเคเบิ้ลก็เป็นข้อยกเว้น) กีฬาเบสบอลจึงยังไม่เป็นที่นิยมของคนไทยมากเท่าที่ควร คนที่ดูเบสบอลก็เป็นแค่กลุ่มเล็กๆ ถ้าไม่นับนักกีฬาเองแล้วก็ถือว่าน้อยมาก

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกีฬาเบสบอลเป็นกีฬาที่ต้องมีอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นไม้ตีลูก(bat) ถุงมือรับลูก (ball glove) หมวกกันน็อค(helmet) หน้ากาก(mask) สนามที่ใช้แข่งขันก็หาได้ยาก เพราะใช้พื้นที่เยอะ ไม่รวมถึงอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นๆที่ใส่ไว้เพื่อเพิ่มสมรรถนะ หรือเพิ่มความเท่อย่างเช่น ถุงมือตีลูก(batting glove)ใส่เพื่อให้จับไม้กระชับขึ้น รองเท้าปุ่มยาง(spike) รองเท้าปุ่มแผ่นเหล็ก(cleat) รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆของอื่นๆอีกเช่น สนับกันลูกโดนข้อศอก ข้อเท้า ห่วงเหล็กถ่วงไม้(ring weight)แว่นตากันแดด รัดข้อมือ รัดข้อศอก รัดหัวไหล่ สร้อยประจุ เหรียญพลังสเคล่า คัฟเวอร์กันหัวรองเท้าขาดจากท่าขว้าง และอีกมากมายเท่าที่จะสรรหามาใส่ได้ภายใต้กฏที่จะอำนวย ของเหล่านี้มีราคาสูงเพราะต้องสั่งเข้ามา หากจะหาในประเทศถือว่าหายาก และมาตรฐานต่ำ ใช้ประเดี๋ยวเดียวก็พัง สู้เก็บตังค์ซื้อของดี ราคาถูกจากต่างประเทศดีกว่า

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เพียงเพื่อจะบอกว่าเบสบอลเป็นกีฬาที่สนุก มีความสวยงาม มีเสน่ห์ แต่ยังไม่เป็นที่นิยม แต่หากมีผู้สนใจที่จะเล่นเกมเบสบอล ก็ถือว่าเป็นก้าวหนึ่งที่ดีของกีฬานี้

"ดูกีฬา ไม่รู้กติกา ก็ไม่สนุก"


ธรรมชาติของการดูกีฬา ถ้าไม่รู้กฏ ก็ดูไม่รู้เรื่อง ถึงพอรู้เรื่องก็ไม่สนุก เพราะไม่สามารถคาดเดา และลุ้นไปกับกีฬานั้นๆได้ เหมือนเวลาคุณไปดูคอนเสิร์ต ถ้าเพลงที่ศิลปินเล่น คุณไม่เคยฟังมาก่อน ไม่ว่าจะเล่นได้มันส์แค่ไหน คุณก็ทำได้เพียงโยกไปตามจังหวะ แต่ถ้าศิลปินเล่นเพลงที่คุณร้องตามได้ คุณจะทั้งร้อง ทั้งเต้น ปลดปล่อยอารมณ์ได้เต็มที่ จนคุณบอกได้ว่าวงนี้เล่นมันส์สุดยอด การดูกีฬาก็เช่นกัน ถ้ารู้กฏ กติกา มารยาท แม้เพียงเบื้องต้น หรือ รู้ลึก รู้จริง ก็สามารถเพิ่มสีสัน ความสนุกสนาน สามารถอ่านเกม คาดเดาและรับชมกีฬาที่คุณรักได้อย่างเต็มอรรถรส

ถึงเวลาเข้าประเด็นสักที จากคำนำที่ยาวเฟื้อยข้างบนนั่นจะเห็นได้ว่ามีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้เบสบอลไม่เป็นที่นิยม แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถแจกจ่ายออกไปได้แบบไม่มีมูลค่าก็คือ ความรู้เรื่องกติกาของกีฬาเบสบอล

**กติกาที่จะกล่าวถึงนี้จะเป็นกติกาเบื้องต้นที่ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้เล่นเกมเบสบอลที่คุณชื่นชอบได้ กติกาในกระทู้นี้จะไม่รวมถึงกติกาเชิงลึก เช่น การขัดขวางการเล่นของฝ่ายรุก-รับ(obstruction) หรือการขานให้ผู้เล่นฝ่ายรุกออกโดยดุลยพินิจของกรรมการเช่น ถอดหมวกกันน็อกออกขณะวิ่ง ทะเลาะวิวาท หรือขว้างไม้ใส่ผู้เล่น เพราะว่าในเกมไม่มี**

1. คำศัพท์ที่ใช้ในกีฬาเบสบอล
2. ตำแหน่งในสนาม
3. เบสบอลเบื้องต้น
4. S – B – O …. STRIKE – BALL – OUT
5. เบสบังคับ

เริ่มจากคำศัพท์ที่ใช้ในกีฬาเบสบอลนะครับ จะกล่าวถึงเพียงคำศัพท์ที่ควรรู้ เพราะจะใช้เรียกบ่อยๆ

เบส – base ภาษาบ้านเรามักเรียกว่า บ้าน เช่น บ้านหนึ่ง บ้านสอง (มี 4 จุดในสนาม รวมถึง home plate ที่อยู่ข้างหน้า catcher มีลักษณะ 5 เหลี่ยม ก็เป็นเบสเช่นกัน เราจะเรียกมันว่าโฮม)
แผงกั้นด้านหลังแคชเชอร์ – backstop แบ็คสต็อป
กรรมการ – umpire อัมไพร์
สนามด้านใน – infield ตั้งแต่โฮมเพลท จนถึงขอบดิน ผู้เล่นด้านในนี้เรียกว่า infielder คือ P,C,1B,2B,3B,SS
สนามด้านนอก – outfield ผู้เล่นด้านนอกนี้เรียกว่า outfielder คือ LF,CF,RF
ผู้ตี – batter ผู้ที่เข้ามาตีตามลำดับ
ผู้วิ่ง – base runner ผู้เล่นที่ตีออกไปแล้วสามารถวิ่งไปถึงเบสหนึ่งได้อย่างปลอดภัย และรอให้ผู้ตีคนต่อไปเข้ามาตีส่งไปเบสหน้า
เขตผู้ตี – batter box
ลูกลงสนาม – fair ball
ลูกไม่เข้าสนามหรือลูกฟาวล์ – foul ball
**เขตแฟร์และเขตฟาวล์วัดจากโฮมเพลท ทแยงออกไปจนสุดเขตสนาม
บอลยังอยู่ในการเล่น หรือเราเรียกกันว่า บอลยังไม่ตาย – ball in play
ขอเวลานอก – กรรมการจะขานว่า time!!!! ดังๆ พร้อมชูสองมือขึ้นฟ้าแบบขอยอมแพ้
เริ่มการเล่น – กรรมการจะขานว่า play ball !!! ดังๆพร้อม ชี้มาทางพิชเชอร์เป็นสัญญาณว่า “คุณน่ะ ขว้างมาสิ!”
สไตรค์,บอลดี – strike – กรรมการจะขานว่า สไตรค์ !!!!!!! พร้อมชี้นิ้วไปในทิศทางที่ตัวเองชอบ (*อ่าน STRIKE)
บอลเสีย – ball – กรรมการจะขานว่า บอล!!! หรือยืนเฉยๆ เงียบๆ เพราะเป็นที่รู้กันว่าถ้าลูกเข้า คงขาน”สไตรค์”แล้ว(*อ่าน Ball)
ผู้เล่นปลอดภัย – safe – กรรมการจะขานเสียงดังมากๆว่า เซฟ !!!! พร้อมกางสองแขนออกด้านข้าง เหมือนว่ายน้ำท่ากบ
มีผลคือผู้เล่นที่โดนขานไม่ต้องออก (ฝ่ายรุกชอบ ฝ่ายรับเกลียด)
ผู้เล่นออก- out – การทำให้ผู้เล่นออก (*อ่านหัวข้อ OUT ) กรรมการจะขานเสียงดังที่สุดตามความสะใจ หากเป็นผู้ตี กรรมการจะขานว่า เอาท์!!!! พร้อมชูกำปั้นขึ้นฟ้าแบบไมโคร มีผลทำให้ผู้เล่นที่ถูกขานออก แต่ถ้าเป็นผู้วิ่งถูกทำเอาท์(หากเป็นผู้เล่นฝ่ายรับจะรู้ว่าสะใจแค่ไหน)กรรมการจะขานดังกว่าเมื่อกี๊ว่า เอาท์!!!!! พร้อมวิ่งเข้าใส่ มือซ้ายชี้หน้า มือขวากำหมัดแล้วชกออกมาในทิศทางที่ผู้เคราะห์ร้ายอยู่ เป็นสัญญาณว่า “เอ็งน่ะ เอาท์แล้ว ออกไปซะ บักเง่า!!!!” ....................... เอ๊าท์ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! (ฝ่ายรุกเกลียด ฝ่ายรับชอบ)
ดาวน์ – down – จำนวนผู้เล่นที่ out ไปแล้ว เช่น 1 out เรียกว่า one down / 2 out เรียกว่า two down
เชนจ์ – change – การเปลี่ยนการรุก-รับ เช่น ฝ่ายรับต้องทำให้ได้ 3 out จึงจะเชนจ์(ฝ่ายรับเปลี่ยนไปรุก ฝ่ายรุกเปลี่ยนมารับ)
เบสเต็ม – บ้านเต็ม – full base – สถานการณ์ที่มีผู้วิ่งอยู่ทั้งสามเบส
โฮมรัน – homerun การตีลูกให้ลอยในเขตแฟร์(เขตลูกลงสนาม) แล้วลอยออกไปนอกสนาม* ถือเป็นการตีที่ดีมากและยากมาก มีผลทำให้ผู้ตีวิ่งเหยาะๆได้ครบรอบ และถ้าหากมีคนอยู่บนเบสกี่คนก็นับรวมไปด้วยเช่น มีผู้วิ่งอยู่ที่เบส 2 และเบส 3 ก็นับเป็น 3 คะแนนรวมผู้ตีด้วย การตีโฮมรันสามารถทำได้สูงสุด 4 คะแนน เรียกว่า แกรนด์สแลม (grand slam –มีผู้วิ่งอยู่ทั้งสามเบส และสามารถตีโฮมรันได้ ผู้วิ่ง 3 คน + ผู้ตี 1 คน = 4 คะแนน)
*ที่สุดเขตสนามด้านนอกจะมีธงปักไว้เพื่อบอกว่าลูกบอลนั้นลอยออกนอกสนามในเขตแฟร์หรือไม่ ถ้าลูกลอยออกนอกสนามในเขตฟาวล์ จะไม่ถือว่าเป็นโฮมรัน แต่จะเป็นเพียงฟาวล์บอล

2. ตำแหน่งในสนาม

*รูป1
Posted Image

ตัวย่อ ชื่อตำแหน่ง หมายเลขตำแหน่ง(ใช้ในการจดสถิติ ไม่ใช่หมายเลขของผู้เล่น เช่น ตำแหน่งcenter field(8) รับลูกได้ก่อนตกถึงพื้น(fly ball) เป็นผลทำให้ผู้ตีออก(out) (fly ball + out = fly out)จดสถิติด้วยตัวย่อว่า F8 (f=fly out 8=center field))

3. เบสบอลเบื้องต้น
ในกีฬาเบสบอลจะผลัดกันรุก ผลัดกันรับ เมื่อสลับกันรุก-รับ1รอบ เรียกว่า 1 อินนิ่ง(inning) โดย 9 คนในสนามที่ใส่ถุงมือรอรับลูก จะเป็นฝ่ายรับ ส่วนฝ่ายที่ผลัดกันเข้ามาตี เป็นฝ่ายรุก โดยจะเข้ามาตีตามลำดับที่ระบุไว้ เมื่อตีแล้วก็พยายามวิ่งไปให้ครบ3จุด จนวิ่งกลับมาที่เดิม(ตรงที่เรายืนตี) ก็จะได้ 1 คะแนน หากตีไปจนถึงคนที่ 9 แล้วก็วนไปที่คนที่ 1 ใหม่ จนกว่าจะถูกทำให้ออก 3 คน จะเปลี่ยนเป็นฝ่ายรับ เมื่อถึงคราวเป็นฝ่ายรุกในอินนิ่งต่อไป ก็จะเริ่มจากคนที่ตีคนสุดท้ายในรอบที่แล้ว เช่น อินนิ่งที่ 1 ตีมาจนถึงคนที่ 3 แล้วถูกทำให้ออกครบ 3 คนแล้วจึงเปลี่ยนไปรับ เมื่อเริ่มอินนิ่งที่สอง คนที่จะเข้ามาตีเป็นคนแรกคือ ผู้ตีลำดับที่ 4 โดยรายชื่อผู้เล่น9หรือ10*คนจะประกาศก่อนเกมการแข่งขันเรียกว่า รายชื่อลำดับผู้ตี(batting order) โดยจะมีรายละเอียดคือ ลำดับการตี ชื่อ เบอร์ และตำแหน่งในสนาม
(*ในกรณีที่มีตำแหน่งผู้ตีแทน(DH)เป็นผู้เล่นที่จะเข้ามาตีอย่างเดียว ไม่ต้องเล่นเกมรับ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ตีแทนตำแหน่งพิชเชอร์ เพราะพิชเชอร์ต้องรับบทหนักในเกมรับ หากให้ตีด้วย พิชเชอร์จะเหนื่อยเร็วมากเพราะตีแล้วต้องวิ่ง ควรให้พิชเชอร์ได้พักในระหว่างเป็นฝ่ายรุก อีกเหตุผลหนึ่งคือ ส่วนใหญ่พิชเชอร์จะตีไม่ค่อยดี)
*รูป2

Posted Image

4. S - B - O strike-ball-out

*รูป3Posted Image

เอส - บี - โอ ตัวอักษรสามตัวนี้คุณจะเห็นมันตลอดเวลา เพราะมีความสำคัญมากต่อการจัดการบริหารเกมเพื่อชัยชนะของคุณ ทุกๆครั้งที่ขว้างลูก ทุกๆการทำเกมรุก ทุกๆครั้งที่คิดเกมรับ ตัวอักษรสามตัวนี้จะต้องอยู่ในหัวของคุณเพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

เริ่มจาก S = STRIKE = ลูกดี

*รูป4Posted Image

*รูป6Posted Image

หากคุณเล่นเกมแล้วสังเกตุว่ามีกรอบสี่เหลี่ยมปรากฏอยู่ข้างหน้าคุณ นั่นคือกรอบสมมุติที่เรียกว่า strike zone ในการแข่งขันจริงกรรมการจะเป็นผู้ตัดสินว่าลูกบอลที่ขว้างมาจากพิชเชอร์นั้นมีส่วนใดส่วนหนึ่งผ่านสไตรค์โซนหรือไม่ โดยการคาดคะเนจาก
ความสูงของสไตรค์โซน วัดจาก ความสูงของผู้ตีตั้งแต่หัวเข่าจนถึงหน้าอก
ความกว้าง วัดจาก ความกว้างของโฮมเพลท (17 นิ้ว)
ดังนั้นสิ่งที่คงที่คือความกว้าง เพราะโฮมเพลทเป็นอุปกรณ์สนาม แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ.....อะไรครับ........

ความสูง ...... ถูกต้องครับ เพราะว่าผู้เล่นมีความสูงไม่เท่ากัน

ประโยชน์ของสไตรค์โซนมีไว้เพื่อบังคับให้พิชเชอร์ขว้างมาให้ผู้ตีสามารถตีได้ หากพิชเชอร์ขว้างเข้าโซน แต่ผู้ตีไม่ตี หรือตีไม่โดน นับเป็น 1 สไตรค์(ไฟจะขึ้นที่ตัว S) หากพิชเชอร์สามารถทำสไตรค์ได้ 3 ครั้ง มีผลทำให้ผู้ตีคนนั้นออก (Out)

กรณีที่จะนับเป็น strike

    1. พิชเชอร์ขว้างเข้าโซน แต่ผู้ตีไม่ตี
    2. พิชเชอร์ขว้างเข้าโซน ผู้ตีตีไม่โดน (ไม่ว่าแคชเชอร์จะรับได้หรือไม่ก็ตาม)
    3. ผู้ตี ตีโดนแต่ลูกไม่ลงสนาม เป็น ฟาวล์บอล นับเป็น 1 สไตรค์ **แต่จะไม่นับสไตรค์เพิ่ม หากผู้ตีมี 2 สไตรค์อยู่แล้ว กล่าวคือ เมื่อผู้ตีถูกนับ 2 สไตรค์แล้ว จะตีฟาวล์บอลกี่ครั้งก็ได้
    ***แต่ถ้าตีแล้วลูกลอยอยู่ในเขตฟาวล์ แล้วผู้เล่นฝ่ายรับ สามารถรับบอลได้ก่อนลูกตกถึงพื้น ถือเป็น fly out


ในการแข่งขันจริง ความแม่นยำในการตัดสินของกรรมการแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และ “ดวงตา”ของกรรมการ เพราะกรรมการก็เป็นคนเหมือนกัน มีสองตาเท่ากัน อาจจะเห็นในมุมที่เราไม่เห็น และไม่เห็นในมุมที่เราเห็นก็ได้
ลูกบอลที่ขว้างมาก็มีความเร็ว เข้าครึ่งลูก เข้าเต็มลูก เข้าเฉียดๆ เกี่ยวขอบ เลี้ยวออก ตัดเข่า บางครั้งก็ยากในการตัดสินใจ
ให้บ้าง ไม่ให้บ้าง ก็ถือเป็นสีสันของกีฬาเบสบอลอีกมุมหนึ่งนะครับ

B = BALL = ลูกเสีย

ลูกบอลที่ขว้างมาก็ใช่ว่าจะต้องขว้างให้เข้าเสมอไป ปัจจุบันมีพิชเชอร์ที่มีฝีมือและทักษะสูง สามารถเล่นลูกเปลี่ยนแปลง(breaking ball)ได้ ไม่ว่าจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เลี้ยวแล้วฮุคลง ลูกมาตรงๆแล้วมุดลง ลูกมาตรงๆแบบเร็วจี๋(fast ball)
ลูกที่เหมือนจะเลี้ยวซ้ายแต่ดันเลี้ยวขวาซะงั้น ลูกที่เหมือนขว้างมาแรงแต่กลายเป็นช้า(change up) การขว้างแบบต่างๆเหล่านี้เป็นทักษะขั้นสูงที่ผู้เล่นตำแหน่งพิชเชอร์ต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อที่จะควบคุมลูกให้ได้ตามต้องการ

ดังนั้นหากคุณเผชิญหน้ากับพิชเชอร์ที่สามารถเล่นลูกเปลี่ยนแปลงได้ แน่นอนเลยว่าไม่มีพิชเชอร์คนไหนที่อยากให้คุณตีลูกของเขาได้เต็มๆ มีแต่อยากให้คุณตีออกไปไม่ดี หรือให้ตีไม่โดนไปเลย การขว้างลูกของพิชเชอร์จึงต้องมีการหลอกล่อ ขว้างให้เหมือนเข้า แต่เลี้ยวออกหรือ ขว้างให้เหมือนไม่เข้า แต่เลี้ยวกลับมาเข้าสไตรค์โซนให้คุณยืนดูลูกเข้าไปอย่าง งงๆ.....???

ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเหตุผลที่ผมจะบอกว่า การตัดสินใจทั้งหมด อยู่ที่ “ดวงตา” และ “สมอง” ของคุณผู้ตี ว่าทิศทางของลูกบอลที่ขว้างมา จะไปในทิศทางไหน ลูกเข้า หรือลูกไม่เข้า ถ้าคุณเกิดคิดว่าลูกบอลมันจะเข้า เลือกตีลูกนั้น แล้วมันเลี้ยวหนีไปเฉยๆ อาจทำให้ตีไม่โดน หรือโดนเฉียดๆ ที่โคนไม้ หรือ หัวไม้ ทำให้ลูกที่ถูกตีออกไปให้ฝ่ายรับเก็บทำ out ได้สบายๆ “ลูกที่ควรจะตี คือลูกที่เข้าสไตรค์โซน ลูกไหนที่มันไม่เข้า ปล่อยให้เป็น Ball ไป” เพราะถ้าหากพิชเชอร์ขว้างลูกไม่เข้า (Ball) ครบ 4 ครั้ง (ไม่ว่าแคชเชอร์จะรับได้หรือไม่ก็ตาม) มีผลคือ ให้ผู้ตีสามารถขึ้นเบสหนี่งไปได้เลย (base on ball หรือเรียกสั้นๆว่า Walk)

***หากมีผู้เล่นอยู่ที่เบสหนึ่งอยู่แล้ว ก็ให้ดันไปที่เบสสอง
เป็นผลดีกับฝ่ายรุก หากพิชเชอร์ขว้างไม่เข้าบ่อยๆ อาจจะเหนื่อย หรือ ซ้อมมาน้อย ทำให้เราสามารถขึ้นเบสได้ โดยไม่ต้องตี(การตี บางครั้งเสี่ยงต่อการโดนทำ out) หรือแม้กระทั่งเวลามีคนบนเบสครบทั้งสามเบส หากผู้ตีได้ walk จะทำให้ผู้เล่นที่อยู่ที่เบสสามถูกดันให้เข้าโฮม ได้หนึ่งคะแนนไปฟรีๆ

O = OUT (ผู้เล่นออก)

การทำให้ผู้เล่นออกให้ครบ 3 คน ต่อหนึ่งอินนิ่งเป็นหน้าที่ที่สำคัญของฝ่ายรับจะต้องทำเพื่อจะเปลี่ยนไปรุก ยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะถ้าหากพลาดปล่อยให้ฝ่ายรุกทำคะแนนได้ นั่นอาจเป็นความพ่ายแพ้แม้เพียงคะแนนเดียวก็ตาม
การทำ out สามารถทำได้โดย
    1. ตีลูกเข้าในสนาม ลูกบอลลอยแล้วฝ่ายรับ รับได้ก่อนที่ลูกจะตกถึงพื้น (fly out)
    2. ถูกผู้เล่นฝ่ายรับนำลูกไปสัมผัสตัว(touch) หรือ ฝ่ายรุกสัมผัสโดนลูกโดยบังเอิญหรือตั้งใจ
      a. ยกเว้นการขว้างลูกใส่โดยตรง เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นกีฬาบูชายัญ....
      b. ยกเว้นผู้ตีที่โดนลูกในเขตผู้ตี เช่นตีลูกโดนขาตัวเอง
      c. ยกเว้นลูกที่ผ่านการเล่นแล้ว เช่น ลูกแฉลบออกจากถุงมือของฝ่ายรับ แล้วมาโดนตัวโดยบังเอิญ
      d. ยกเว้นลูกที่ตีไม่เข้าสนาม แล้วโดนตัวในเขตฟาวล์ โดยไม่เป็นการขัดขวางผู้เล่นฝ่ายรับ

    3. กฎเบสบังคับ (force base) (*อ่านหัวข้อ เบสบังคับ)
    4. 3 สไตรค์ (*อ่านหัวข้อ STRIKE)
      a. ยกเว้นในกรณีสไตรค์ที่ 3 แล้วแคชเชอร์ครอบครองลูกไม่สมบูรณ์ เช่น ลูกตกพื้น หรือ ลูกหลุดไปด้านหลัง ผู้ตีสามารถวิ่งไปที่เบสหนึ่งได้ ก่อนที่ฝ่ายรับจะนำลูกไปถึงก่อน แต่หากวิ่งถึงก่อน จะให้ถือว่าเซฟ
        a.1 แต่ถ้ามีผู้วิ่งอยู่ที่เบสหนึ่งอยู่แล้ว จะให้ out โดยอัตโนมัติ
        a.1.1 ยกเลิกข้อ a.1 ในกรณีที่เป็น 2 down แล้ว สามารถวิ่งต่อไปได้ แม้จะมีผู้วิ่งอยู่ที่เบส 1 แล้วก็ตาม

    5. การ out โดยการทำผิดกติกา กรรมการจะเป็นผู้ขานให้ออก


5. เบสบังคับ (force base)

*รูป5Posted Image

มาถึงหัวข้อนี้ เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเพราะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกมรับ และไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป ถ้าเข้าใจแล้ว มันก็จะเป็นเรื่องง่ายเสียด้วยซ้ำนะครับ
อย่างที่กล่าวไปแล้ว ในเรื่องการทำ out โดยประเด็นหลักๆ อยู่ที่การสัมผัสโดนลูกของผู้เล่นฝ่ายรับ แต่เรื่องจริงก็คือ ไม่มีผู้เล่นคนใดที่วิ่งได้เร็วกว่าลูกบอลที่ฝ่ายรับขว้างให้กัน ดังนั้น กฏเบสบังคับจึงนำมาใช้ในเหตุผลนี้ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายรับ

5.1 เบสบังคับคืออะไร?

เบสบังคับคือ เบสที่บังคับให้ผู้เล่นฝ่ายรุกต้องวิ่งไปที่เบสนั้นๆ เช่น เมื่อคุณเข้ามาตี พอตีลูกออกไปแล้วต้องวิ่งไปที่เบสหนึ่งเสมอ จะวิ่งลัดไปเบสสองเลยไม่ได้ ดังนั้นเบสหนึ่งจึงเป็นเบสบังคับเสมอ เพราะอะไรครับ.....???
..........ถูกต้องครับ เพราะเมื่อตีแล้วต้องวิ่งมาทางเบสหนึ่งเสมอ

5.1.2 เบสบังคับมีผลอย่างไร?

ถ้าผู้เล่นฝ่ายรับที่ถือลูกบอล เหยียบหรือใช้ส่วนใดๆของร่างกายสัมผัสกับเบสบังคับนั้น มีผลทำให้ผู้วิ่งที่จะวิ่งมาที่เบสบังคับนั้น out ไป (เป็นการทำ out รูปแบบหนึ่ง)
    5.2.1 กฏเบสบังคับจะหมดไปถ้าผู้วิ่งสามารถสัมผัสเบสได้ก่อนที่ลูกจะมาถึง
    5.2.2 เมื่อกฏเบสบังคับหมดไป จะทำ out ได้จากการนำลูกมาสัมผัสตัวเท่านั้น


5.3 กรณีใดบ้างที่จะเป็นเบสบังคับ?

    5.3.1 เบสที่ผู้วิ่งต้องวิ่งมา เช่น เมื่อตีแล้วต้องวิ่งมาที่บ้านหนึ่ง แต่ถ้าเบสหนึ่งมีผู้วิ่งอยู่แล้ว ผู้วิ่งที่เบสหนึ่งจึงถูกบังคับให้วิ่งไปที่เบสสอง เบสหนึ่ง และ เบสสอง จึงเป็นบ้านบังคับ

      5.3.1.1 กรณีบนเบสไม่มีคน (มักเรียกว่าบ้านว่าง) เบสหนึ่งเป็นเบสบังคับเสมอ เพราะเมื่อตีออกมาแล้วต้องวิ่งมาเบสหนึ่งเป็นเบสแรก


Posted Image

5.3.1.2 กรณีเบสหนึ่งมีคน เบสหนึ่งก็ยังเป็นเบสบังคับเสมอ เพราะ เมื่อตีแล้ว ผู้ตีก็ต้องวิ่งมาทางเบสหนึ่ง แต่ผู้วิ่งที่อยู่เบสหนึ่งอยู่แล้ว จะถูกบังคับให้วิ่งไปเบสสอง ดังนั้น บ้านบังคับจึงมีทั้ง เบสสอง และเบสหนึ่ง ผู้เล่นฝ่ายรับสามารถทำ out ได้สอง out ถ้าสามารถขว้างลูกไปเหยียบที่เบสสองก่อน (ต้องเล่นบ้านหน้าก่อน)แล้วขว้างมาเหยียบที่บ้านหนึ่ง ในขณะที่ผู้วิ่งยังวิ่งมาไม่ถึง จะถือว่า out ทั้งสองคน เราเรียกว่า doubleplay (การทำได้ 2 out จากการตีครั้งเดียว)

Posted Image

5.3.1.3 กรณีเบสสามมีคน เบสหนึ่งก็ยังเป็นเบสบังคับเสมอ เพราะว่าอะไรครับ......????
ถูกต้องครับ..... เพราะเมื่อตีแล้ว ผู้ตีต้องวิ่งมาทางเบสหนึ่ง แต่ผู้เล่นที่เบสสามไม่จำเป็นต้องวิ่งก็ได้ เพราะว่าไม่มีคนมาดันข้างหลัง หากวิ่งออกไปอาจเสี่ยงต่อการโดนทำ out ได้ (ในกรณีที่ผู้เล่นด้านในรับลูกได้ หรือลูกอยู่ใกล้ๆ) คิดไว้เสมอ ว่า ผู้วิ่งที่อยู่เบสสาม เบสข้างหน้าคือโฮม ถ้าวิ่งเข้าโฮมได้อย่างปลอดภัย ก็ได้คะแนนแล้ว ฉะนั้นอย่าโดนทำ out ได้ง่ายๆ นอกจากจะเป็นเกมที่สูสีที่ต้องเสี่ยงเพื่อแลกกับคะแนน

Posted Image

5.3.1.4 แล้วกรณีเบสสองมีคนล่ะ เบสไหนเป็นเบสบังคับบ้าง........???

เฉลยครับ ก็เบสหนึ่งเบสเดียวเช่นกันกับเบสสามมีคนครับ

ทำไมเบสหนึ่งถึงยังเป็นเบสบังคับล่ะ......??? ใช่แล้วครับ จำให้ขึ้นใจเลย เพราะผู้ตี เมื่อตีแล้ว ต้องวิ่งมาที่เบสหนึ่ง เบสหนึ่งจึงเป็นเบสบังคับเสมอ(ใครลืมแล้วว่าบ้านบังคับทำงานยังไง ให้เลื่อนขึ้นไปอ่านนะครับ) แล้วบ้านสองต้องวิ่งไปบ้านหน้าหรือไม่ .....? ไม่จำเป็นครับ จะวิ่งไป หรืออยู่กับที่ก็ได้ แต่ถ้าคิดว่าวิ่งไปแล้วจะปลอดภัย ก็ให้วิ่งไปเพื่อให้อยู่ใกล้กับจุดทำคะแนน(โฮม) มากที่สุดครับ
(กรณีนี้ใกล้เคียงกับเบสสามมีคนนะครับ)

5.3.1.5 มาดูกรณีนี้กันบ้าง ถ้าเบสหนึ่ง และ เบสสามมีคนล่ะ เบสไหนเป็นเบสบังคับบ้าง...???(ใบ้วิธีคิดง่ายๆให้นะครับ ลองดูย้อนไปตั้งแต่ผู้ตี ว่าตีแล้วต้องวิ่งไปไหน ใครดันใคร ใครไม่โดนดันบ้าง ใครที่โดนดันจากข้างหลัง บ้านที่จะถูกดันไปก็คือบ้านบังคับนะครับ)

    ใครตอบได้บ้างครับ เฉลยคือ บ้านสอง และ บ้าน หนึ่งครับ
    เพราะผู้ตี ตีแล้ววิ่งไปไหนครับ....บ้านหนึ่ง
    บ้านหนึ่งมีคนอยู่แล้ว จึงต้องดันไปบ้านไหนครับ....บ้านสอง
    แล้วบ้านสามจำเป็นต้องวิ่งหรือไม่..... ไม่จำเป็นครับ เพราะ ไม่มีใครมาดันจากข้างหลัง


Posted Image

5.3.1.6 แล้วถ้าเป็นกรณีนี้ล่ะ มีผู้วิ่งที่เบสสอง และ เบสสาม เบสไหนเป็นเบสบังคับบ้าง....???(วิธีคิดก็ง่ายๆเหมือนเดิมครับ ลองดูย้อนไปตั้งแต่ผู้ตี ว่าตีแล้วต้องวิ่งไปไหน ใครดันใคร ใครไม่โดนดันบ้าง ใครที่โดนดันจากข้างหลัง บ้านที่จะถูกดันไปก็คือบ้านบังคับนะครับ )
    คิดว่าคงตอบถูกกันนะครับ คำตอบคือ เบสหนึ่ง เบสเดียวครับ ที่เป็นบ้านบังคับ (เพราะอะไร คงจำขึ้นใจแล้วนะครับ)
    แล้วทำไม เบสสามถึงไม่โดนดันล่ะ ทั้งๆที่มีเบสสองอยู่ข้างหลัง?
      ลองดูจากผู้ตีสิครับ ตีแล้วต้องวิ่งไป...... บ้านหนึ่ง
      แล้วบ้านหนึ่งมีคนอยู่หรือไม่..... ไม่มีครับ
      ดังนั้นถ้าไม่มีใครมาดันผู้วิ่งที่เบสสอง ผู้วิ่งเบสสองจำเป็นต้องวิ่งหรือไม่ครับ.....ไม่จำเป็น
      เมื่อผู้วิ่งเบสสองไม่วิ่งมาดัน ผู้วิ่งเบสสามจึงไม่จำเป็นต้องวิ่งเช่นกันครับ


Posted Image

5.3.1.7 เบสเต็ม - กรณีที่มีผู้วิ่งอยู่ทั้งสามเบส ถามว่าเบสไหนบ้าง เป็นเบสบังคับ....???
    ง่ายมากใช่ไหมครับ คำตอบก็คือ บังคับทุกเบสครับ เพราะอะไรครับ มาคิดพร้อมกัน
      ผู้ตี ตีแล้วต้องวิ่งไปที่....เบสหนึ่ง
      เบสหนึ่งมีผู้วิ่งอยู่แล้วจึงถูกดันไปที่....เบสสอง
      เบสสองมีผู้วิ่งอยู่อีกแล้ว จึงถูกดันไปที่....เบสสาม
      เบสสามก็มีผู้วิ่งอยู่อีก จึงถูกดันไปที่ ..... โฮม (เข้าโฮม = คะแนน)


Posted Image

5.4 Fly ball –(ใช้สำหรับผู้วิ่ง) หากมีผู้วิ่งอยู่บนเบส เมื่อผู้ตี ตีลูกออกไป แล้วฝ่ายรับรับลูกได้ก่อนลูกถึงพื้น เบสที่ผู้วิ่งอยู่เดิม จึงกลายเป็นเบสบังคับทันที ผู้วิ่งจะต้องกลับมาเหยียบก่อน เพื่อทำให้กฏเบสบังคับหายไปก่อน จึงสามารถเคลื่อนไปเบสหน้าได้ แต่หากกลับไม่ทัน หรือมิได้กลับมาเหยียบ อาจถูกทำให้ out หากฝ่ายรุกถือลูกมาเหยียบหรือสัมผัสเบสได้ก่อน
0

#2 User is offline   CM-มังกรอวตาร 

  • เซียนบอร์ด LV5
  • View blog
  • Group: Moderators
  • Posts: 2,023
  • Joined: 09-February 11
  • LocationAsiasoft Corporation Public Company Limited

Posted 17 May 2011 - 06:43

พูดถึงเบสบอลเคยเล่นแต่เกมนะคับ แต่เสียดายในไทยไม่ค่อยบูมกีฬาชนิดนี้เท่าที่ควรครับ
0

#3 User is offline   ลูกแมวอ๊วนอ้วน 

  • เซียนบอร์ด LV1
  • Group: Members
  • Posts: 583
  • Joined: 18-March 11
  • Location:*´¨`*:•ดอกกุหลาบ ให้กันปีละครั้ง แต่คำว่ารักเธอจัง จะมีให้เธอตลอดไป•:*´¨`*:•.
  • Miniplay:Asakuramiko_AKB0048@hotamil.com

Posted 28 May 2011 - 18:37

ไม่เคยดูเลย ครับ กีฬานี้ บ้านเราไม่มีเลย T^T
Posted Image
Posted Image
0

#4 User is offline   ๐รุ่นที่1๐ 

  • เซียนบอร์ด LV1
  • Group: Members
  • Posts: 463
  • Joined: 29-April 11

Posted 08 June 2011 - 20:49

ไม่เคยดูอ่ะ แต่ก้อยากดูอยากเล่นด้วยอ่ะน่าสนุก
0

#5 User is offline   Joker1412 

  • หน้าใหม่ LV1
  • Group: Members
  • Posts: 8
  • Joined: 06-March 14

Posted 06 March 2014 - 23:34

ก๊เคยดู Anime เกี่ยวกับเบสบอลหลายเรื่องเลยน่ะอย่างเช่น cross game แต่ก๊ยังไม่ค่อยเข้าใจกฎซักเท่าไหร่ ขอบคุณฮ่ััะ
0

Share this topic:


Page 1 of 1
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic